Hinghoynoy.org

Draft 1

TEST การตั้งคำถามและแสดงออกทางการเมืองหรือแม้แต่ระบบการศึกษาเป็นเรื่องที่นักเรียนทุกคนสามารถทำได้โดนไม่สมควรถูกลงโทษหรือถูกคุกคาม.หิ่งห้อยน้อยสนับสนุนสิทธิในการแสดงออกทางการเมืองของเด็กและเยาวชน เราไม่ต้องการเห็นระบบการปกครอง ระบบการศึกษาหรือว่าใครก็ตามออกมาคุกคามหรือละเมิดสิทธิเด็กสติ๊กเกอร์ชุด “Students for democracy” แจกฟรีสำหรับทุกคนที่อยากสนับสนุนการเปล่งเสียงเพื่อแสดงออกทางระบอบประชาธิปไตยของนักเรียน กดลิงค์นี้เพื่อดาวน์โหลดภาพสติ๊กเกอร์ >> https://drive.google.com/file/d/1bJF8vVQ-VQOvDihd2wB1ifUm_bhHNE1B/view?usp=sharingน้อง ๆ สามารถพิมพ์ลงกระดาษสติ๊กเกอร์ขนาด A4 ได้แผ่นละ 2 ชุด หรือตั้งค่าให้พิมพ์เป็นกระดาษ A5 แล้วใช้กรรไกรตัดสติ๊กเกอร์แต่ละอันอกมาเป็นดวง ๆ หรือจะทำเป็นเข็มกลัดติดเสื้อ ติดกระเป๋า ตอนไปโรงเรียนหรือตอนไปร่วมแสดงจุดยืนทางประชาธิปไตยก็ได้นะ

แจกฟรีสติ๊กเกอร์ชุด “Students for democracy”

แจกฟรีสติ๊กเกอร์ชุด “Students for democracy” การตั้งคำถามและแสดงออกทางการเมืองหรือแม้แต่ระบบการศึกษาเป็นเรื่องที่นักเรียนทุกคนสามารถทำได้โดนไม่สมควรถูกลงโทษหรือถูกคุกคาม.หิ่งห้อยน้อยสนับสนุนสิทธิในการแสดงออกทางการเมืองของเด็กและเยาวชน เราไม่ต้องการเห็นระบบการปกครอง ระบบการศึกษาหรือว่าใครก็ตามออกมาคุกคามหรือละเมิดสิทธิเด็กสติ๊กเกอร์ชุด “Students for democracy” แจกฟรีสำหรับทุกคนที่อยากสนับสนุนการเปล่งเสียงเพื่อแสดงออกทางระบอบประชาธิปไตยของนักเรียน กดลิงค์นี้เพื่อดาวน์โหลดภาพสติ๊กเกอร์ >> https://drive.google.com/file/d/1bJF8vVQ-VQOvDihd2wB1ifUm_bhHNE1B/view?usp=sharingน้อง ๆ สามารถพิมพ์ลงกระดาษสติ๊กเกอร์ขนาด A4 ได้แผ่นละ 2 ชุด หรือตั้งค่าให้พิมพ์เป็นกระดาษ A5 แล้วใช้กรรไกรตัดสติ๊กเกอร์แต่ละอันอกมาเป็นดวง ๆ หรือจะทำเป็นเข็มกลัดติดเสื้อ ติดกระเป๋า ตอนไปโรงเรียนหรือตอนไปร่วมแสดงจุดยืนทางประชาธิปไตยก็ได้นะ

รีวิวหนังทาบู : Period . End of Sentence.

รีวิวหนังทาบู : Period . End of Sentence. Period End of Sentence เป็นหนังสารคดีจากอินเดีย ที่มีความยาวแค่ 20 นาทีกว่า ๆ และได้รับรางวัลสารคดียอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ครั้งที่ 91 อีกด้วย พีเรียด (Period) ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง จุดลงท้ายประโยค หรือช่วงเวลาเท่านั้น แต่ในอีกความหมายหนึ่งคือ เลือดประจำเดือน  ในประเทศอินเดีย คำว่าพีเรียด เป็นคำที่ถือได้ว่าต้องห้ามในสังคมหรือเป็น Taboo เป็นเรื่องที่คนจำนวนมากไม่อยากได้ยิน ในขณะเดียวกัน ก็เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก จนกระทั่งเกิดการเรียกร้องและขบวนการเคลื่อนไหวในแง่มุมต่าง ๆ ทั้งเรื่อง เลือดประจำเดือนกับศาสนา เรื่องเลือดประจำเดือนกับสุขภาพของผู้หญิง หรือเลือดประจำเดือนกับภาษีผ้าอนามัยที่โหดจนผู้หญิงต้องหันไปใช้อย่างอื่นแทน สำหรับหนังสารคดีสั้นๆเรื่องนี้ ผู้กำกับนำเราไปที่เขต Hapur ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเดลี เมืองหลวงของอินเดียไปประมาณ 60 กิโลเมตร  หนังเปิดเรื่องด้วยการถามคำถามง่ายๆกับคนทั่วไป ทั้งเด็ก ผู้หญิงและผู้ชายในหมู่บ้าน ว่ารู้จัก พีเรียด หรือไม่ เด็กผู้หญิงบางคนหัวเราะคิกคัก แต่ไม่ยอมตอบคำถาม ในขณะที่เด็กผู้ชายเข้าใจว่า มันคือการบอกระยะเวลาเปลี่ยนคาบในชั้นเรียน และหญิงสาวบางคนเลือกที่จะเงียบไม่ยอมพูดอะไร  เมื่อถามผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่งว่าทำไมผู้หญิงถึงมีเลือดประจำเดือน เธอตอบว่า มีพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ และมันเป็นเลือดสกปรกที่ออกมาจากร่างกายของผู้หญิง ผู้หญิงอีกคนที่มีลูกน้อย บอกว่าเลือดประจำเดือนเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กเกิดมา และนั่นคือทั้งหมดที่เธอรู้เกี่ยวกับมัน ภาพตัดมาที่บรรยากาศในชั้นเรียน เด็กผู้หญิงถูกคุณครูประจำชั้นถามว่า พีเรียด คืออะไร แทบไม่มีเด็กผู้หญิงคนไหนกล้ายกมือ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งพยายามตอบคำถาม แต่ก็อึกอักจนไม่สามารถพูดต่อให้จบได้ ภาพตัดมาที่หญิงสาวอีกรายหนึ่ง เธอเล่าประสบการณ์การมีประจำเดือนในวัยเรียน อุปสรรคในการเปลี่ยนผ้าที่เอาไว้รองประจำเดือน ส่งผลให้เธอตัดสินใจลาออกจากโรงเรียน และเมื่อถามเด็กผู้หญิงกลุ่มหนึ่งเรื่องเลือดประจำเดือนกับความเชื่อทางศาสนา พวกเธอบอกว่า ผู้หญิงไม่สามารถสวดมนต์หรือเข้าไปในศาสนสถานได้ในช่วงที่มีประจำเดือน เพราะพวกผู้ใหญ่บอกว่า ต่อให้เราสวดมนต์แค่ไหน พระเจ้าก็จะไม่ได้ยินเรา  ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้คนจำนวนมากในหมู่บ้านนั้น มีความรู้เกี่ยวกับเลือดประจำเดือนน้อยมาก และแม้ว่าจะรู้ก็เขินอายที่จะพูดออกมาตรงๆ และการมีประจำเดือนนั้นนำไปสู่การกีดกันในการเข้าถึงพื้นที่ทางศาสนาอีกด้วย ในช่วงต่อมา สารคดีนำเราไปพบกับ ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ชื่อว่า Sneha เธอลุกขึ้นมาต่อสู้กับความเชื่อที่ว่าเลือดประจำเดือนของผู้หญิงเป็นของสกปรกและทำให้ผู้หญิงไม่สามารถเข้าไปในศาสนสถานได้ เธอสนใจเรื่องโอกาสทางสังคมของผู้หญิงและมองว่า ผู้หญิงจำนวนมากได้รับผลกระทบหลังจากการแต่งงาน เมื่อแต่งงานแล้ว ผู้หญิงไม่มีความเป็นอิสระ ไม่ได้รับการสนับสนุนให้ทำงาน และเธออยากเป็นอิสระจากการแต่งงาน โดยการสมัครเข้าเป็นตำรวจ ตัดภาพมาที่ผู้หญิงอีกคนหนึ่งชื่อ Rekha เธอเล่าให้เราฟังว่าการมีประจำเดือนนั้นทำให้เธอใช้ชีวิตยุ่งยากเพียงใด เธอต้องหาผ้าคอนต้อนที่ไม่ใช้แล้วมาซับเลือดประจำเดือน และนำไปโยนทิ้งในที่ห่างไกลเพื่อไม่ให้มีใครเห็น ภาพตัดมาที่ Shabana เธอพยายามอธิบายเด็กผู้หญิงกลุ่มนึงเกี่ยวกับการใช้ผ้าซับเลือดประจำเดือนที่สะอาดและต้องผ่านการซัก หลังจากนั้นจึงแนะนำการใช้ แพด หรือผ้าอนามัย ให้กับเด็กสาว ดูเหมือนมีแต่สาวๆที่ลุกมาพูดเรื่องเลือดประจำเดือน แล้วผู้ชายในสังคมล่ะ หายไปไหนหมด? ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนจะขาดความรู้เลือดประจำเดือน Arunachalam คือชายผู้ที่ลุกมาทำงานเรื่องเลือดประจำเดือน เขาเป็นผู้คิดค้นเครื่องผลิตผ้าอนามัยราคาถูกให้กับชุมชนและสนับสนุนให้ผู้หญิงเข้าถึงผ้าอนามัยราคาถูก เพราะเนื่องจากผ้าอนามัยในอินเดีย เป็นสินค้าที่มีราคาแพง ทำให้เขามองเห็นความสำคัญของการผลิตผ้าอนามัยเองในชุมชน จนกระทั่งนำไปสู่การสอนให้กลุ่มผู้หญิงผลิตผ้าอนามัยและออกจำหน่ายไปตามหมู่บ้าน และร้านค้า ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้ผู้หญิงเข้าถึงผ้าอนามัยราคาถูกและเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับผู้หญิงในชุมชนนั่นเอง ถ้าอยากรู้เรื่องของชายคนนี้เพิ่มขึ้น แนะนำให้อ่านบทความนี้ค่ะ https://today.line.me/TH/pc/article/Kma0nr?fbclid=IwAR0dz3oo3UoY6Fa3pm0jhx8SijeL5vTpqbh9o21pYg_8RusuROHMBuFcp2U ในช่วงท้ายๆสารคดีเรื่องนี้ จะเป็นการเล่าเรื่องกระบวนการทำผ้าอนามัย การสาธิตการใส่ผ้าอนามัยให้สาวๆดู และการออกไปขายผ้าอนามัยตามบ้าน รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงความคิดของคนในสังคมที่เกี่ยวกับเรื่องเลือดประจำเดือนด้วยค่ะ โดยสรุป สารคดีเรื่องนี้ อธิบายเรื่องสภาพปัญหาของผู้หญิงอินเดียกับเลือดประจำเดือน ปํญหาการเข้าไม่ถึงผ้าอนามัย และการรวมกลุ่มกันทำงานของกลุ่มผู้หญิงเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดของคนในสังคมที่เชื่อว่า การพูดเรื่องเลือดประจำเดือนเป็นเรื่องต้องห้าม และการมีประจำเดือนของผู้หญิงเป็นเรื่องน่ารังเกียจ สกปรก ต้องปกปิด จนส่งผลให้ผู้หญิงหลายคนไม่มีความรู้ที่จะดูแลรักษาความสะอาด และต้องเผชิญกับการตีตราจากสังคม การล้อเลียนจากเพื่อนๆที่โรงเรียน จนนำไปสู่การออกจากระบบการศึกษาและโรคภัยไข้เจ็บจากการไม่รู้วิธีรักษาความสะอาดในช่วงที่มีประจำเดือน สิ่งที่เราชอบในสารคดีเรื่องนี้คือ การเล่าเรื่องที่ค่อนข้างกระชับ แม้ว่าจะใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แต่ก็ทำให้เราเห็นภาพของปัญหาและความเชื่อเรื่องเลือดประจำเดือนได้ดี และยังทำให้เรารู้สึกถึงพลังของผู้หญิงที่รวมตัวกันลุกมาเปลี่ยนแปลงความคิดความเชื่อในสังคมเรื่องเลือดประจำเดือน จนกระทั่งทำให้ผู้หญิงมีช่องทางในการเข้าถึงผ้าอนามัยราคาถูกมากขึ้น  สำหรับใครที่สนใจเรื่องปัญหาเกี่ยวกับเลือดประจำเดือนและผู้หญิงในอินเดีย สารคดีเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจในการทำความเข้าใจสภาพปัญหาและกระบวนการทำงานเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมและทำให้ผู้หญิงเข้าถึงการจัดการเรื่องเลือดประจำเดือนในค่อนข้างดีทีเดียวค่ะ   Period. End of Sentence หนังปี 2018ความยาว 25 นาทีกำกับโดย Rayka Zehtabchi นักเขียนรับเชิญ ดาราณี ทองศิริ (ปลา) นักสิทธิที่มีความฝันอยากให้คนเข้าใจเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ ทำสื่อบอกเล่าเรื่องเพศ ผ่านเพจเฟมินิสต้าและเว็บไซต์ www.feminista.in.th

มาลองเย็บ “ผ้าอนามัยซักได้ ” ใช้เองกัน

มาลองเย็บ “ผ้าอนามัยซักได้ ” ใช้เองกัน ผ้าอนามัยซักได้ หลาย ๆ คนคงจะเคยได้ยินคำนี้เป็นครั้งแรก แต่จริง ๆ มันเป็นของใช้สำหรับเพื่อนเมนส์มาตั้งแต่สมัยโบราณ “ผ้าอนามัยซักได้” กลับมาฮอตฮิตอีกครั้ง หลังจากที่ผู้คนทั่วโลก เริ่มมองเห็นปัญหาขยะพลาสติกที่เกิดจากผ้าอนามัยสำเร็จรูป การย่อยสลายพลาสติกหลายร้อยปี ทำให้เพื่อนเมนส์ลุกขึ้นมาสร้างสรรค์อุปกรณ์สำหรับรองรับและซับเลือดประจำเดือนแบบใหม่ ๆ และแพร่หลายมากขึ้น.หิ่งห้อยน้อย ซึ่งสนใจเรื่องประจำเดือนและผ้าอนามัย เลยอยากชวนเพื่อน ๆ มาลองทำผ้าอนามัยซักได้กันค่ะ รูปแบบแพทเทิร์น อุปกรณ์และวิธีทำอยู่ในภาพด้านล่างนี้ (ทุกอย่างสามารถปรับเปลี่ยน ยืดหยุ่นได้ตามที่เราต้องการนะคะ อย่างเช่น ขนาด ความยาว ความกว้าง รูปแบบปีก).เพื่อน ๆ สามารถจะดาวน์โหลดไฟล์ทั้งสองนี้ พิมพ์ลงกระดาษขนาด A4 แล้วทาบลงบนผ้าที่เราจะใช้ในการเย็บได้ หรือใครที่มีคำถามเพิ่มเติม สามารถพิมพ์เข้ามาได้ที่ตรงนี้ หรือจะเข้ามาถามแอดมินเพจได้ ที่ข้อความส่วนตัวบน เฟสบุ๊กเพจ Hinghoynoyclub ได้เลยค่ะ .ในอนาคตเราอาจจะมีเป็นภาพวิดีโอ และคู่มือการใช้ให้เพิ่มเติมนะคะ ถ้าหากใครสนใจเพิ่มเติม แอดมินยินดีส่งลิงค์ตัวอย่าง ไปให้ดูประกอบได้ค่ะ .ทุกวันนี้มีเด็ก ๆ และเพื่อนเมนส์จำนวนมากมายทั่วโลก ที่ลุกขึ้นมาทำผ้าอนามัยซักได้เอง พวกเขาและหิ่งห้อยน้อยเองมีความเชื่อร่วมกันว่า เราสามารถจะช่วยกันดูแลโลก ไปพร้อม ๆ กับการทำความรู้จักเนื้อตัวร่างกายตัวเองได้ค่ะ

blacklivesmatter

#blacklivesmatter ✊🏽✊🏾✊🏿เราไม่เคยคิดหรอกนะว่าเหตุการณ์ความรุนแรงเกี่ยวกับการเหยียดสีผิวในอเมริกา มันจะเลวร้ายขนาดนี้ เรายังไม่กล้าดูคลิปหรือดูข่าวเพิ่มจากข่าวการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ แต่ก็เห็นว่ามีมิชฉาชีพหลายคนที่สวมชุดสีดำ ใช้สถานการณ์นี้สร้างความเกลียดชังเพิ่มต่อคนผิวสีและทำหลายอย่างที่น่ากลัว จนไม่คิดว่า สิ่งที่อำมหิต โหดเหี้ยมเหล่านี้จะกลับคืนมาปรากฏบนโลกเราอีกครั้ง.ดูเหมือนเสียงหัวเราะเย้ยหยันของคนขาวที่เหนือมนุษย์ที่มีเฉดสีผิวอื่น ๆ ในคลิปข่าวสั้น ๆ ที่เราดูมันผ่านน่าสะอิดสะเอียด หรือแม้คำพูด ทวีตและทัศนคติของผู้นำอเมริกาผ่านข่าวต่างประเทศที่เรารู้สึกว่าสิ่งเหล่านั้น มันน่าจะนำหายนะไปสู่คนอีกมากมายหลังจากนี้ได้.มีอะไร ที่ทำให้เรารู้สึก ? เราเป็นคนเอเชีย สีผิวของเราสีเหลือง เราไปสนิทหรือรู้จักคนผิวสี แอฟริกัน หรือแอฟริกัน-อเมริกันมากแค่ไหน ?.คำตอบคือ เพราะเรารู้สึกว่าก็คือคน ๆ หนึ่งเหมือนกันกับเรา.ตอนเด็ก ๆ เราก็เห็น มอรีส เค ที่เป็นดาราชายคนเดียวที่เป็นคนผิวสี ที่ปรากฏในสื่อไทย คนไทยเรียกคนผิวสีดำอย่างนั้นว่า นิโกร เท่าที่เราจะเข้าถึงเราก็เรียกนิโกรตามเขา โตขึ้นมาหน่อย เราก็เริ่มเข้าใจว่าคำว่านิโกร เป็นคำเหยียด เราดูหนังเรื่องเทวดาท่าจะบ๊อง สนุกมาก คนผิวดำในความคิดของเรา เป็นเหมือนคนป่า คนชนเผ่า ตอนเป็นเด็ก เราไม่มีสื่ออื่น ๆ ที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับคนผิวสีดำมากเท่ากับปัจจุบัน .ตอนนั้นเราก็เริ่มได้ยินข่าวว่าคนผิวสีดำที่เข้ามาในไทย มีการลักลอบค้ายาและฟอกเงิน นอกจากนั้นครูยังบอกว่า คนผิวดำในทวีปแอฟริกาติดเชื้อเอชไอวีจำนวนมาก ข้อมูลและข่าวพวกนี้ มีให้เราเห็นมากขึ้น รวมทั้งการตีตราว่า คนผิวสีเหล่านี้ สกปรก และเป็นอาชญากร ตอนเป็นเด็กเรารู้สึกกลัวคนผิวสีดำมาก แต่ถึงอย่างนั้น โลกของเด็กอย่างเราก็ยังเป็นโลกในกรอบเล็ก ๆ ที่เราเองไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า เกือบทั้งหมดนั้นมันคืออคติ และมุมมองที่สื่อสร้างให้เรามองตามนั้น.พอโตขึ้น ยุคที่มีอินเตอร์เน็ต เราสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้ จากเด็กต่างจังหวัดที่มีข้อมูลไม่มาก เราก็มีบทเรียนที่เกี่ยวข้องกับคนผิวสีมากขึ้น ในชั้นเรียนเราได้เรียนวรรณกรรมแอฟริกัน และวรรณกรรมแอฟริกัน-อเมริกัน เพิ่มขึ้น แม้ว่าในหลักสูตรวรรณกรรมสำหรับเด็ก อาจจะมีสื่อให้เรียนไม่มาก แต่ก็กลายเป็นว่าวรรณกรรมร่วมสมัยเรื่องเดียวที่เราประทับใจมากที่สุดก็คือวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับคนผิวสี เรื่อง “รักต่างสี” ของนาดีน กอร์ดิเมอร์ ที่มันทำให้มุมมองของสีผิว และความเข้าใจที่มากขึ้นเกี่ยวกับความหลากหลายของมนุษย์ กลายเป็นมุมมองใหม่ ๆ ที่ทำให้เราเลิกกลัวคนผิวสีดำ และเมื่อเราได้ลองอ่านหนังสือหลาย ๆ เล่มเพิ่ม มีครูที่คอยสอนเรื่องการเหยียดสีผิวกับวรรณกรรมเด็กในอเมริกาเพิ่มอีก ยกตัวอย่างเช่น นักเขียนชื่อดังอย่างโรอัลด์ ดาห์ลเอง ก็มีการปรับเนื้อเรื่องโรงงานช็อกโกแลตใหม่เกี่ยวกับอูมปาลูมป้าอีกครั้ง ซึ่งเป็นที่สังเกตว่าในยุคของการเปลี่ยนผ่านเหล่านั้น มีสื่อเด็กจำนวนมาก ที่ยังทำงานรับใช้สังคมคนผิวขาว ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอยู่เป็นระยะเวลานาน และมีนักเขียนหรือคนสร้างสื่อน้อยคนที่จะลุกขึ้นมาทำงานต้านทานอคติแห่งการเหยียดสีผิว.ตั้งแต่นั้นมา เราก็เริ่มดูหนัง อ่านหนังสือ และฟังเพลงของคนผิวสีมากขึ้น Stranger Fruit ของบิลลี่ ฮอลิเดย์ , นีน่า ซีโมน นักร้องหญิงผิวสีที่ทำให้เราร้องไห้หนักมากเพราะเรื่องราวการต่อสู้ของเธอ รวมทั้งเรื่องราวของแอฟริกัน-อเมริกัน อย่างไมเคิล แจ็กสันที่เปลี่ยนสีผิวจากดำเป็นขาว หนังซีรีส์ใน Netflix อย่าง ชีวิตของผู้หญิง และคนที่มีความหลากหลายทางเพศที่เป็นคนผิวสีในอเมริกาใน Orange is the new black, 12 years is slave,The Help,Precious,Tangerine,I am not your negro และหนังหลายเรื่องทำให้เราเห็นความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่จริง เราติดตามและยอมรับแนวคิด Black is beauty ในมิติที่เราสนใจ และมีพิธีกรชื่อโอปราห์ วินฟรีย์ ที่กลายมาเป็น “คนผิวสี” อีกคนที่เราต้องเปิดฟังและติดตามประเด็นที่เธอสนใจ.และแล้วชีวิตในโลกเล็ก ๆ ของเรา ก็ได้มีโอกาสไปทำงานกับคนผิวสี จุดที่สะท้อนความสนใจของเราที่สุดเกี่ยวกับเด็กและความหลากหลายทางสีผิวมากที่สุดก็คือ ตอนที่เราไปทำงานที่ยูกันดาเมื่อปี 2017 เราได้เห็นเด็กผู้หญิงกำลังเล่นตุ๊กตาที่มีสีผิวสีขาว ซึ่งมันทำให้เราอึ้งและสะเทือน ตุ๊กตาผิวขาวมันสะท้อนให้เห็นเลยว่า แม้แต่ของเล่นเด็กที่พวกเราเล่น มันยังถูกกลืนกินด้วยความเหลื่อมล้ำของสีผิว เราเองก็เป็นเด็กอีกคนที่โตขึ้นมากับตุ๊กตาบาร์บี้ หนังสือแปลและหนังต่างประเทศที่มีแต่เรื่องราวของคนผิวขาว.เราก็เลยตั้งคำถามกับตัวเองมาเรื่อย ๆ ว่า สิ่งที่สังคมและสื่อที่เราได้รับมาตลอดในช่วงวัยเด็กทำให้เราเป็นคนที่เหยียดสีผิวมั้ย เราจะทำอะไรได้บ้าง ? มันไม่ชัดแน่ ๆ จนกว่าเราจะได้อยู่ร่วมกับเค้าจริง ๆ ในเมืองไทย เราไม่ได้พบปะหรือเกี่ยวข้องกับคนที่มีผิวสีดำมากนัก.จนเราในที่สุด เราก็ได้ไปใช้ชีวิต ได้ทำงาน ได้มีเพื่อน ได้มีคนรักเป็นคนผิวสีที่เป็นผิวสีดำ แตกต่างจากสีผิวของเรา.ถ้าให้เรามองจากมุมของเรา พวกเค้ามีลักษณะโดดเด่นคือ รักพวกพ้อง เหมือนเป็นเครือญาติ ยิ่งถ้าศาสนาเดียวกัน จะแน่นแฟ้นมากขึ้นเป็นพิเศษ มากเสียจนเอเชียนอย่างเราดูเป็นพวกรักสันโดษขึ้นมาทันที ซึ่งเราก็เข้าใจว่าจริง ๆ แล้วการรวมกลุ่มกันของพวกเค้าก็ต้องการป้องกัน ต้องการพื้นที่ของเสียงเพราะพวกเค้ารู้ว่าเค้าต้องเผชิญกับการการเหยียดสีผิว หรือว่าการตีตรา ความหวาดกลัวและอคติที่เกิดขึ้นมาจากสีผิว มันมีอยู่ทุกที่ทั่วโลก แต่ก็นั่นแหละ มันมีทั้งแง่บวกและลบในตัวมันเอง ซึ่งเราก็ไม่สามารถตัดสินว่า มนุษย์ทุกคนเหมือนกันด้วยเหตุผลแห่งสีผิวเช่นกัน.ยิ่งคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ความพิการ ความแตกต่างที่เป็นอัตลักษณ์บนเนื้อตัวที่มีสีดำด้วยแล้ว พวกเค้าจะถูกเหยียด ถูกทรมาน ถูกขู่เข็ญหนักหนามากกว่าคนผิวดำมีการศึกษา มีเงินทองไปอีกหลายเท่า จนประสบการณ์เท่าที่มีของเรา บอกว่า เราต้องทำความเข้าใจเรื่องนี้ต่อไป รวมทั้งในงานของหิ่งห้อยน้อยด้วย.เราใช้เวลาส่วนหนึ่ง ร้องไห้และหัวเราะไปกับการศึกษางานที่เป็นสื่อและศิลปะของแบล็กเควียร์เป็นพิเศษ Watermelon Woman ของเชอรีล ดูลเย่ The color purple ของอลิซ วอล์กเกอร์ และเรื่องสั้นที่เราพอจะหาอ่านได้ รวมไปถึงเพลงของเทรซี่ แชปแมน รวมถึง Black queer activist อย่างทันย่า คอมพาส ที่ทำงานรวมเควียร์เยาวชนผิวสีให้มีงานคริสมาสต์ร่วมกัน หรือเควียร์ ทรานส์ สกายเลอร์ คูเปอร์ ที่เป็นนักแสดงซึ่งสามารถรับบทแสดงได้ทุกเพศ ฯลฯ.เรามีเพื่อน มีเพื่อนสนิทและคนรักที่เป็นคนผิวสีดำ.”มันไม่มีอะไรเกี่ยวกับสีผิวเลย คนทุกคนก็เหมือนกัน” เราบอกกับหลานสาวของเรา ตอนที่หลานมาเล่าให้ฟังว่า มีเพื่อนที่โรงเรียนเป็นคนผิวสี เพิ่งย้ายมาใหม่ แล้วเขาก็ถูกเพื่อน ๆ ในโรงเรียนบูลลี่ .ในขณะที่เราเชื่ออย่างสุดหัวใจว่า ทุกคน ก็เป็นคนเหมือน ๆ กัน แต่กลับกลายเป็นว่า ความโหดร้ายทุกอย่างเกิดจากต้นตอเพราะความแตกต่างนั่นแหละ มันเลยสร้างกำแพงที่เป็นความเกลียดชังและความกลัวมากขึ้น.โลกสำหรับพวกเค้า มันเลยไม่เคยมีความยุติธรรม เพื่อนบางคนเคยพูดว่า พวกเค้าอยากให้สีผิวที่เป็นสีดำอยู่แล้ว ดำมากไปกว่านี้อีก พวกเค้าอยากให้โลกรู้ถึงความแตกต่างที่มีอยู่จริงระหว่างคนกับคน.เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ครั้งนึงที่เราเคยเดินกับเพื่อนชาวยูกันดา บนถนนที่กดัญสค์ แล้วมีคนผิวขาวถุยน้ำลายใส่หน้าหน้าเค้า เราทำอะไรไม่ถูกเลยจริง ๆ และนั่นเป็นเหตุการณ์ครั้งแรกที่เราเข้าใจถึงคำที่เรียกว่า การเหยียดสีผิว และเราก็ยังจำเรื่องราวนั้นได้ขึ้นใจไม่มีวันลืม.เรากับเพื่อนผิวสีดำก็เหมือนกันทุกอย่าง รวงทัพพ์ แก้วแกมจันทร์

“เราไม่ทิ้งกัน” แต่…

“เราไม่ทิ้งกัน” แต่… “โรคระบาดไม่เคยเลือกสัญชาติ” เป็นคำกล่าวที่ไม่น่าเกินจริงนัก แต่กับคนอีกกลุ่มหนึ่ง มันไม่ใช่เพียงแค่การติดโรคระบาดในเชิงกายภาพเพียงเท่านั้น แต่กลับหมายรวมถึงสถานภาพทางเศรษฐกิจของพวกเขาอีกจะเปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยเฉพาะในยุคโลกาภิวัตน์ ที่พรมแดนไม่อาจแบ่งกั้นระบบเศรษฐกิจอีกต่อไป . จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่ อันดับสอง รองจากกรุงเทพมหานคร และมีการจ้างงานแรงงานข้ามชาติอยู่ประมาณหนึ่งแสนคน หลายภาคส่วนยอมรับว่าแรงงานเหล่านี้ช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย.ตั้งแต่สถานการณ์โรคโควิด-19 เริ่มระบาด จนสถานการณ์ปัจจุบันเริ่มคลี่คลาย มีแรงงานที่อยู่ในงานภาคบริการเช่น โรงแรม หรือ สถานท่องเที่ยวต่าง ๆ ซึ่งพวกเขาเป็นประชากรของแรงงานที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่เป็น แหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นของประเทศไทย ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีการฟื้นตัวช้าที่สุด .แม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายออกมาช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ไม่ว่าผ่านทางส่วนที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนกับสำนักงานประกันสังคม หรือ “โครงการเราไม่ทิ้งกัน” แต่ “แรงงานข้ามชาติ” ในประเทศไทย แทบจะเข้าไม่ถึงสิทธิในการเยียวยาใด ๆ เลยในสถานการณ์โรคระบาดนี้ เนื่องจากการใช้สิทธินั้นเป็นเรื่องยากเหลือเกินสำหรับพวกเขา ทั้งภาษา การรับรู้ข่าวสาร ความล่าช้าในการจ่ายเงินเยียวยา และเงื่อนไขเรื่องสัญชาติ พวกเขายังคงต้องดำรงชีพจากการบริจาค และเงินสะสมเพียงเล็กน้อยในการทำงานมาก่อนหน้านี้ .ในเวลานี้หลายคนอาจจะเข้าใจคำว่าจิตสำนึกส่วนรวมอย่าง “เราไม่ทิ้งกัน” แต่ในมุมนึง…แต่… เรากลับหลงลืมและทอดทิ้งใครบางคนในสังคมไปอีกหรือเปล่า .เสียงสะท้อนของคุณกิ่ง- ปสุตา ชื้นขจร จากมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา ซึ่งเป็นเครือข่ายทำงานร่วมกับหิ่งห้อยน้อยในการนำผ้าอนามัยส่งไปให้กับเพื่อนแรงงานข้ามชาติในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

“มนุษย์ถ้วย” และทางเลือกที่หลากหลายของเพื่อนเมนส์

“มนุษย์ถ้วย” และทางเลือกที่หลากหลายของเพื่อนเมนส์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ( 17 พ.ค.2563) ได้เข้าไปจอยกับกลุ่ม ศาลายาเนี่ยน และกลุ่ม #หิ่งห้อยน้อย แจกถุงยังชีพเล็ก ๆ ที่ทางพี่ ๆ ศาลายาเนี่ยนเตรียมการมา และผ้าอนามัยที่พี่รวงแห่งหิ่งห้อยน้อย นำเงินที่ได้รับการบริจาค มาจัดซื้อให้ .ช่วงโควิดนี้ คนพูดถึงถุงยังชีพกันมากมาย แต่น้อยคนจะกล่าวถึง #ผ้าอนามัย ของจำเป็นที่ผู้หญิงต้องใช้ทุกเดือน และเสียเงินอย่างน้อย 50 บาทต่อเดือนไปกับมัน เงิน 50 บาทในช่วงโควิดนี้อาจเป็นค่าอาหารประทังชีวิตถึงสองวันได้ ดังนั้นสำหรับคนที่ได้รับผลกระทบค่าผ้าอนามัยจะถูกจัดลำดับความสำคัญไว้ท้ายลิสต์.เมื่อไม่มีค่าผ้าอนามัย ผู้หญิงก็เลือกจะไม่ออกจากบ้านช่วงที่มีเมนส์แทน ความรู้สึกอึดอัดใจที่มีเลือดเมนส์เป็นเหมือนโซ่ล่ามไว้กับที่ เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ นอกจากนำผ้าอนามัยไปบริจาคแล้ว ทางหิ่งห้อยน้อยยังได้นำเอา #ผ้าอนามัยซักได้ และ #ถ้วยอนามัย ไปแนะนำให้ชุมชนรู้จักด้วย ผ้าอนามัยซักได้และถ้วยอนามัยนั้น แต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน แต่มันคือสิ่งที่จะมาแทนผ้าอนามัย ช่วยลดรายจ่ายในระยะยาว ลดขยะผ้าอนามัย และเพิ่มความสะดวกสบายในชีวิต. ผ้าอนามัยซักได้ มีต้นทุนต่ำ สามารถตัดเย็บได้เองในครัวเรือน ซึ่งทางหิ่งห้อยน้อยจะดำเนินการทำแจก แจกแพทเทิร์นตัดเย็บ คำแนะนำการเลือกผ้ามาตัดเย็บต่อไป วิธีทำความสะอาดผ้าอนามัยซักได้ คือโยนแช่น้ำไว้ ซักผ้าตามปกติ นำมาใช้ซ้ำได้จนกว่าจะเปื่อยขาด. ถ้วยอนามัย มีราคาแพงกว่า เป็นของต้องซื้อ ทำเองในครัวเรือนไม่ได้ ใช้อย่างน้อยสักหนึ่งปีถึงจะคืนทุน และต้องฝึกใส่กันสักสองสามรอบเดือนถึงจะใส่ได้ บางคนอาจไม่สามารถใส่ได้เพราะโครงสร้างร่างกายไม่สามารถสอดถ้วยได้ เช่น จิ๋มล็อค แต่ข้อดีของถ้วยคือสะดวกสบาย ล้างถอดใส่ง่าย แห้งสบายตัว ใส่ว่ายน้ำได้ถ้าจำเป็น. หลายคนในชุมชนอยากลองตัดผ้าอนามัยซักได้ด้วยตัวเอง บางคนถามว่า หมดเมนส์แล้วแต่อยากลองใส่ถ้วยอนามัยใส่ได้ไหม ก็ขำกันไปเป็นสีสัน. ส่วนตัวเราใช้ถ้วยอนามัย เราเข้าใจว่าคนไทยยังมีอะไรที่ต้องก้าวข้ามอีกเยอะกว่าจะหันมาผลิตภัณฑ์รองรับเลือดประจำเดือนทางเลือกใหม่แบบนี้ ทั้งเรื่องเลือดเมนส์เป็นของสกปรกห้ามพูดถึง กางเกงในผู้หญิงเป็นของต่ำ ห้ามให้ใครเห็นหรือแสดงให้ใครรู้ว่ามีเมนส์ และการใส่ถ้วยอนามัยเข้าช่องคลอด ก็มีความเชื่อเรื่องพรหมจรรย์ ความคับความหลวมของอวัยวะเพศเพื่อมัดใจชาย เข้ามาเป็นอุปสรรค แต่อย่างน้อย ทางหิ่งห้อยน้อยก็ได้เริ่มกระจายข้อมูลความรู้ออกไปแล้ว เป็นก้าวแรก ๆ ให้ผู้หญิงและเด็กหญิงในสังคมเห็นว่า มันโอเคนะ ที่จะพูดและเรียกร้องสิทธิของตัวเองที่เกี่ยวพันกับสุขภาวะทางเพศ.ขอขอบคุณกำลังใจและการสนับสนุนจากคุณจอม- จอมเทียน จันสมรัก บล็อกเกอร์และนักเขียนอิสระเจ้าของเพจ Jomtian.Jom Survivor and sexual violence activist – Mental Health Activists นักกิจกรรมหญิงรุ่นใหม่ที่มีส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนประเด็นการรณรงค์การคุกคาม ความรุนแรงทางเพศ รวมไปถึงปัญหาสุขภาพจิตในประเทศไทย รวมทั้งเป็นเพื่อนเมนส์อีกคน ที่อยู่ในกลุ่มนักกิจกรรมหญิงที่พูดถึงประจำเดือน ผ่านประสบการณ์การใช้ #ถ้วยอนามัย หรือ #ถ้วยรองประจำเดือน ในพื้นที่การทำงาน

การมีประจำเดือนคืออะไร ?

การมีประจำเดือนคืออะไร ? การมีประจำเดือนคืออะไร มันคือการโตเป็นผู้ใหญ่ การที่เรามีร่างกายสมบูรณ์ การที่เราตั้งครรภ์และมีลูกได้ ถ้าช่วงไหนประจำเดือนมาไม่ปกติ อาจหมายถึงฮอร์โมนไม่คงที่ แสดงว่าประจำเดือนที่มาทุกเดือน คือสัญญาณที่ดีที่บอกว่าร่างกายของผู้หญิง และคนที่เกิดมาพร้อมกับร่างกายอย่างเพศหญิง หรืออินเตอร์เซ็กส์ เป็นปกติใช่มั้ย แต่สำหรับพวกเรา มันมีมากกว่านั้น. การมีประจำเดือนมักมากับความรู้สึกที่มีฮอร์โมนเป็นตัวควบคุมด้วย ซึ่งทำให้ไม่สบายใจและไม่สบายกายเอาซะเลย หลายคนคงเคยรู้สึกโมโหง่าย เหวี่ยงไปหมด กินจุ อยากกินของหวาน อยากกินบุฟเฟต์ บางคนปวดท้องแบบเหมือนจะขาดใจ ปวดหลัง นอนไม่หลับ และไหนจะต้องระวังเลอะ เบื่อหน่ายความอับชื้น และต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 4 ชั่วโมงอีก นี่คือวงจรชีวิตของสาวๆ โดยทั่วไป .แต่จริงๆ แล้วยังมีผู้หญิงอีกหลายคนทั่วทุกมุมโลกที่ไม่ได้ใช้ผ้าอนามัย รวมถึงประเทศไทยด้วย บางที่ไม่รู้จักผลิตภัณฑ์นี้มาก่อน บางคนคิดว่าผ้าอนามัยเป็นสิ่งฟุ่มเฟือย เป็นเรื่องน่าอาย และเข้าถึงยาก อย่างภาพยนตร์สารคดีทางเน็ตฟลิกซ์ Period End of Sentence ก็เล่าเรื่องราวในมุมหนึ่งของประเทศอินเดียเกี่ยวกับประเด็นนี้ ซึ่งผู้หญิงในเรื่องรวมตัวกันผลิตผ้าอนามัยแล้วไปขายด้วยตัวเอง. ลองคิดดูว่าถ้าเราต้องมีประจำเดือนทุกเดือน แต่เราไม่มีผ้าอนามัย จะจัดการอย่างไรทั้งกับร่างกายและจิตใจ นี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เพราะมันก็เกี่ยวโยงถึงสุขอนามัยและความปลอดภัยของร่างกายด้วย การปล่อยให้เด็กและผู้หญิงต้องเผชิญปัญหาเหล่านี้ตามลำพังเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ใครจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้บ้าง ผู้ผลิตอาจจะช่วยลดราคาผ้าอนามัยสักนิด รัฐบาลอาจจะจัดให้ผ้าอนามัยเป็นสวัสดิการที่รัฐช่วยสนับสนุน หรือการส่งเสริมให้ใช้ผ้าอนามัยแบบซักได้ เพื่อลดค่าใช้จ่าย .ทุกปัญหามีทางออกและหวังว่าปัญหานี้จะได้รับการแก้ไข ซึ่งจะทำให้ช่วงเวลาของการมีประจำเดือนของผู้หญิงหลายๆ คน ไม่หนักหนาจนเกินไปนะคะ. คุณโบ-ณัฐรดา กิตติคุณเดชา นักวาดภาพประกอบนาม Bonalisa Smile หนึ่งในผู้ร่วมบริจาคโครงการผ้าอนามัยฟรีเพื่อเด็กและผู้หญิงชายขอบ ส่งบทความสั้น ๆ นี้มาพร้อมภาพประกอบที่ส่งมาจากแดนไกล เพื่อช่วยกันส่งเสียงให้กับเพื่อนเมนส์ที่กำลังอยู่ในภาวะที่ยากลำบากไปพร้อมกันกับหิ่งห้อยน้อยและเพื่อน ๆ อีกหลายคน.หิ่งห้อยน้อยขอขอบคุณกำลังใจและอีกเสียงสำคัญจากคุณโบ Bonalisa Smile ที่ช่วยพวกเราเปล่งเรื่องรางของของประจำเดือนและเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับอย่างยิ่งกับสุขภาพวะของเพื่อนเมนส์ที่เป็นเรื่องจำเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สังคมกำลังมองข้ามใครสนใจผลงานภาพประกอบของคุณโบ ลองกดเข้าไปเยี่ยมชมผลงานของเธอได้ที่ https://www.facebook.com/bonalisasmile และInstagram : https://www.instagram.com/bonalisasmile/ นะคะ

หิ่งห้อยน้อยสีรุ้ง : ตัวแทนความหลากหลายทางเพศ

หิ่งห้อยน้อยสีรุ้ง : ตัวแทนความหลากหลายทางเพศ วันที่ 17 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันที่ทั่วโลก ร่วมกันเฉลิมฉลองให้กับคนที่มีความหลากหลายทางเพศ เพื่อยุติความเกลียดชังในความแตกต่างจากผู้ชาย และผู้หญิง จากอดีตถึงปัจจุบัน คนที่เป็นผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ถูกเลือกปฏิบัติ และถูกคุกคามในหลากหลายมิติ รวมไปถึงเด็ก ๆ ที่เกิดมาพร้อมกับความแตกต่าง.วันนี้เรียกกันเป็นชื่อทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า วัน IDAHOT หรือ International Day Against Homophobia, Biphobia and Transphobia ซึ่งครอบคลุมความหมายรวมถึงหญิงรักหญิง ชายรักชาย คนรักสองเพศ คนข้ามเพศ และคนที่มีลักษณะแสดงเพศทั้งสองเพศ (LGBTI) รวมถึงบุคคลอื่นที่มีความเป็นเพศไม่สอดคล้องกับบรรทัดฐานเรื่องเพศภาวะและเพศวิถีกระแสหลักนั่นเอง.หิ่งห้อยน้อย เป็นองค์กรที่ทำงานกับเด็กและเยาวชน ส่วนหนึ่งของความตั้งใจในการทำงานผลักเด็กสิทธิเด็ก และเป็นพื้นที่ให้เด็กได้พูด ได้ส่งเสียง และเข้าถึงข้อมูลอ่อนไหวที่สังคมไม่ได้พูดถึงแล้ว เรายังทำงานอยู่บนการเคารพและส่งเสริมความหลากหลายที่มีอยู่จริงในสังคม เสียงทุกเสียง เรื่องทุกเรื่องของเด็กทุกคน จะไม่มีเงื่อนไขของการยกเว้นความแตกต่าง.หิ่งห้อยน้อยทีม ได้เลือกหนึ่งภาพอวาทาร์ เป็นหิ่งห้อยน้อยสีรุ้ง เพื่อเป็นตัวแทนให้กับเด็ก ๆ ที่เกิดมาพร้อมกับความหลากหลายทางเพศ เฉลิมฉลองให้กับเด็ก ๆ ทุกคนที่มีความหลากหลายซึ่งอยู่ในพื้นที่หิ่งห้อยน้อยคลับ เราอยากบอกเด็ก ๆ ว่า ทุกคนจะได้รับการปกป้อง ดูแล และปฏิบัติเช่นเดียวกันกับเด็กชาย เด็กหญิง อย่างเท่าเทียมกัน หิ่งห้อยน้อยสีรุ้งอวาทาร์ที่สร้างขึ้น เพื่อสนับสนุนเด็ก ๆ ทุกคนที่เกิดมาพร้อมกับความหลากหลาย การปรากฏตัวของมันในเวลากลางวัน ใต้แสงอาทิตย์ เมฆ สายรุ้ง เพื่อจะบอกเป็นเชิงสัญลักษณ์ว่า ทุกอย่างในหิ่งห้อยน้อยคลับเป็นจริงได้ แม้กระทั่งความแตกต่าง.น้อง ๆ คนไหน สนใจเป็นสมาชิกหิ่งห้อยน้อยคลับ สามารถทดลองเลือกภาพอวาทาร์ “หิ่งห้อยน้อยสีรุ้ง” เป็นรูปหน้าโปรไฟล์เพื่อเฉลิมฉลองความหลากหลายให้กับชุมชนคนที่มีความหลากหลายทางเพศได้ด้วยนะคะ#breakthesilence#IDAHOT2020#IDAHOTBi2020

ผ้าอนามัย 1 ห่อ คือข้าวเปล่า 2 ถุง

ผ้าอนามัย 1 ห่อ คือข้าวเปล่า 2 ถุง ในช่วงความเดือดร้อนนี้ของใช้สำหรับผู้หญิงที่จำเป็นไม่แพ้กันคือ ‘ผ้าอนามัย’.จำเป็นขนาดไหนหรอ?จำเป็นขนาดที่ว่าเมื่อวันนั้นของเดือนมาเขาเหล่านั้นจะเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้านเลย ไม่ว่าจะหิวขนาดไหนก็จะไม่ยอมออกไป ไม่พบเจอใคร .เพราะการเป็นประจำเดือน ตามความคิดของคนในสังคมมันคือความสกปรก และน่ารังเกียจเวลาที่ใครพบเจอ.และผ้าอนามัยสำหรับเขา ถูกจัดวางในหมวดของใช้สิ้นเปลือง ในยามที่ไม่มีแม้แต่เงินกินข้าวเค้าไม่ค่อยซื้อกันหรอก เพราะ 1 ห่อเล็ก 4 ชิ้น ราคา 16 บาทแน่ะ ซื้อข้าวเปล่าได้ 2 ถุงเชียวนะ.สิ่งที่เขาเหล่านั้นจึงจำยอมในช่วงวิกฤตนี้คือ ยอมไม่ใส่ และอยู่แต่ในบ้าน รอคอยให้ช่วงนี้ผ่านพ้นไป ซึ่งมันเศร้านะ😭  หิ่งห้อยน้อยขอชื่นชมและขอบคุณเรื่องเล่าจากประสบการณ์การทำงานผ่านมุมมองของคุณโบว์ พรเพ็ญ เธียรไพศาล ผู้จัดการโครงการมูลนิธิวายไอวายและอาสาสมัครประสานงานคลองเตยดีจัง หนึ่งในจำนวนคนทำงานอีกคนที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องในชุมชนแออัดมากกว่า 2 เดือนในชุมชนคลองเตย