Hinghoynoy.org

ผ้าอนามัยฟรีเพื่อเด็กและผู้หญิงชายขอบในวิกฤตโควิด-19

ผ้าอนามัยฟรีเพื่อเด็กและผู้หญิงชายขอบในวิกฤตโควิด-19 (ตัวอย่างผ้าอนามัยซักได้ ที่จะระดมทุนเพื่อผลิตและมอบให้กับเด็ก ๆ ) การมีประจำเดือนเป็นเรื่องที่เด็ก ผู้หญิง คนที่มีสภาวะเพศกำกวม (Intersex ) และทรานส์เมน ส่วนใหญ่ต้องการเข้าถึงข้อมูลความรู้ แต่เนื่องจากความเชื่อหลายอย่างที่สังคมไทยบอกต่อ ๆ กันมาว่า การที่ร่างกายขับเลือดประจำเดือนออกมาเพราะว่าเลือดประจำเดือนเป็นเลือดเสีย และสกปรกนั้น ทำให้การพูดถึงประจำเดือนหรือสิ่งของเครื่องใช้ที่เกี่ยวกับประจำเดือนในสังคมไทยจึงเป็นบทสนทนาที่ทำให้ผู้พูดถึง หรือกล่าวถึงถูกมองว่าเป็นคนที่น่ารังเกียจ ไม่เป็นสิ่งที่เจริญหูเจริญตา รวมทั้งคนที่มีประจำเดือนเองก็ถูกเหมารวมว่าช่วงที่ร่างกายมีประจำเดือนนั้น เป็นช่วงที่ร่างกายมีความสกปรก เรื่องของประจำเดือนและผ้าอนามัยจึงเป็นบทสนทนาที่ไม่ค่อยมีใครกล้าพูดถึง บวกกับการที่คนกลุ่มดังกล่างถูกกดทับอยู่ภายใต้โครงสร้างสังคมที่ชายเป็นใหญ่และทุนนิยม การซื้อผ้าอนามัยที่มีราคาสูงหรือการลุกขึ้นมาพูดเรื่องของประจำเดือนที่เชื่อมโยงเกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจจึงไม่ได้ปรากฏในสังคมไทยในเชิงบวกและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เชื่อมโยงเกี่ยวกัยสิทธิเด็กและสิทธิของผู้หญิง. หิ่งห้อยน้อยทำงานกับกลุ่มเด็กและเยาวชน เราเปิดพื้นที่ปลอดภัยและผลิตสื่อที่พูดเรื่องต้องห้ามและประเด็นอ่อนไหว (Taboos and sensitive topics) ที่สังคมไม่พูด ไม่สื่อสารกับเด็ก ๆ อย่างตรงไปตรงมา จากการทำงานกับกลุ่มเป้าหมายภายในระยะ 1 ปีที่ผ่านมา เราพบว่า เราได้รับข้อความจากเด็กจำนวนมาก ที่แสดงความคิดเห็นว่า ราคาผ้าอนามัยที่สูงขึน้ ส่งผลต่อการใช้ผ้าอนามัยของพวกเขา โดยเฉพาะเมื่อที่เด็ก ๆ ไม่มีเงินมากพอที่จะซือ้ ผ้าอนามัย หลายคนต้องทนใช้ผ้าอนามัยซ้ำและไม่กล้าบอกเรื่องนีกั้บใคร เมื่อมีเหตุการณ์ที่นักการเมืองหญิงท่านหนึ่งข่าวได้ให้ข่าวว่า รัฐบาลจะมีการภาษีผ้าอนามัยในช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมา หิ่งห้อยน้อยได้สนใจประเด็นผลกระทบของการขึ้น ราคาผ้าอนามัยที่เชื่อมโยงโดยตรงกับด้านสุขภาพจิตและสุขภาพร่างกายของเด็ก ๆ จึงทำให้หิ่งห้อยน้อยตั้ง คำถามว่า หากผ้าอนามัยจะมีการขึ้นราคาจริง เด็ก ๆ ที่ยังไม่มีรายได้รวมถึงผู้หญิงที่เป็นกลุ่มชายขอบของสังคมนั้นจะรับผลกระทบและสามารถรับมือกับการขึน้ ราคาผ้าอนามัยได้อย่างไร?. ต่อมาภายหลังที่ข่าวดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างจากประชาชน ทำให้โฆษกรัฐบาลออกมาให้ข่าวใหม่ว่า ข่าวการขึ้นภาษีอนามัยที่นักการเมืองหญิงคนดังกล่าวอ้างถึง เป็นข่าวปลอม จึงทำให้ข่าวการขึ้นภาษีอนามัยที่เป็นประเด็นร้อนในเวลานั้น ค่อย ๆ ถูกพื้นที่ข่าวการเมืองและเรื่องอื่น ๆ กลบหายไป ไม่ถูกนำมาพูดถึงต่อ ส่วนนักการเมืองหญิงคนดังกล่าวนั้นก็ถูกโจมตีจากประชาชนที่ใช้งานบนสื่อโซเชียลมีเดียใช้ข้อความในเชิงเหยียดหยามดูหมิ่น ทำให้หิ่งห้อยน้อยและเพื่อนนักกิจกรรมหญิงหลายคน รวมตัวกันที่จะตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยพวกเราได้มีการประชุมเพื่อทำจดหมายเปิดผนึกและเข้ายื่นต่อประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธ์ุ ณ ห้องประชุม 309 รัฐสภา เกียกกาย เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2563 เพื่อยื่นหนังสือข้อเสนอของภาคประชาสังคมด้านนโยบายเพื่อสวัสดิการผ้าอนามัยแก่ผู้หญิง เพื่อให้รัฐบาลสนับสนุนผู้หญิงในวัยเจริญพันธ์ุ โดยมีข้อเสนอ ดังนี้ 1.ผ้าอนามัยควรจัดอยู่ในหมวดของสวัสดิการของรัฐ รัฐควรจัดบริการนีใ้ ห้เข้าถึงและปลอดภัยผ่านหน่วยงานต่าง ๆ เช่น โรงพยาบาล สถานศึกษา โรงงาน ตู้ผ้าอนามัยฟรี สถานที่ทำงานทุกแห่ง ศูนย์อพยพ ศูนย์พึ่งพิงคนไร้บ้าน 2.ทำการศึกษาโครงสร้างภาษี เพื่อลดภาษีผ้าอนามัยทุกประเภทให้เหลือ 0% และ 3. รัฐต้องสนับสนุนนวัตกรรม ในการผลิตผ้าอนามัยที่เหมาะสมกับทุกชนชัน้ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ถ้วยรองประจำเดือน ที่ผลิตจากยางพารา. ต่อมาเมื่อประเทศไทยต้องเผชิญสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 รัฐสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับผ้าอนามัยยังไม่ถูกยกเป็นเรื่องเร่งด่วนของประเทศ หิ่งห้อยน้อยจึงคิดว่า รายได้ของประชาชนที่ลดลง หรือขาดแคลนในช่วงนี้ นอกจากจะส่งผลกับเศรษฐกิจภายในครอบครัวแล้ว ยังต้องส่งผลกระทบถึงค่าใช้จ่ายที่จะนำไปซือ้ หาผ้าอนามัยด้วย หิ่งห้อยน้อยและเพื่อน ๆ นักกิจกรรมที่ทำงานด้านสิทธิผู้หญิงรวมทั้งเพื่อน ๆ ที่มีแนวคิดเฟมินิสต์จึงได้รวมตัวกันเพื่อจะช่วยเหลือการรับบริจาคเงินในการจัดหาผ้าอนามัยเพื่อแจกรวมทั้งผลิตชุดผ้าอนามัยซักได้ให้กับเด็ก ผู้หญิงที่เป็นชายขอบของสังคมที่กำลังเดือดร้อนอยู่ในท่ามกลางวิกฤตินี้ โดยพวกเราจะทำงานร่วมมือกับกลุ่มเป้าหมาย โดยตรงคือ เด็ก ๆ ที่ต้องการผ้าอนามัยซึ่งติดต่อเข้ามาในเพจเฟสบุ๊กhttps://www.facebook.com/hinghoynoyclub/ เด็ก ๆ ในชุมชนแออัด รวมไปถึงกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมที่หิ่งห้อยน้อยจะต้องช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วนอย่างผู้หญิงที่เป็นกลุ่มของคนไร้บ้าน กลุ่มพนักงาน ขายบริการ กลุ่มชาติพันธ์ุ ฯลฯ โดยในระยะเวลาที่ผ่านมาหิ่งห้อยน้อยและเพื่อน ๆ ในเครือข่ายได้ลงพื้นที่เพื่อลงสำรวจถึงความต้องการเบื้องต้นแล้ว และหลังจากนี้จะดำเนินการทำงานร่วมกับนักกิจกรรมที่ทำงานโดยตรงกับกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่ม โดยพวกเราต้องการเงินทุนสนับสนุนให้กับนักกิจกรรมที่มาช่วยเคลื่อนไหวในการประสานงานและส่งมอบผ้าอนามัย รวมถึงการผลิตสื่อออนไลน์ในการให้ข้อมูลการทำงานเผยแพร่ไปยังกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งการประชาสัมพันธ์โครงการบนแพลตฟอร์มออนไลน์ในทุกช่องทางของหิ่งห้อยน้อย (www.hinghoynoy.com ,Facebook : hinghoynoyclub, Instagram: hinghoynoy) เพื่อให้โครงการผ้าอนามัยฟรีได้กระจายไปถึงไปยังเด็ก ผู้หญิงที่เป็นกลุ่มกลุ่มชายขอบของสังคมที่ไม่กล้าพูดถึงเรื่องนี้ ไม่สามารถออกนอกบ้านไปซื้อผ้าอนามัยด้วยตัวเอง และไม่มีเงินเพียงพอที่จะซื้อผ้าอนามัย. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับผ้าอนามัยซึ่งเป็นของใช้จำเป็น โดยการระดมทุนรับบริจาคและนำเงินดังกล่าวไปซื้อผ้าอนามัยให้กับเด็ก ผู้หญิงที่เป็นกลุ่มชายขอบของสังคม 2. เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับความจำเป็นในการใช้ผ้าอนามัยของเด็กและผู้หญิงชายขอบในวิกฤติโควิด-19 และผลักดันให้สังคมและรัฐเข้าใจว่าผ้าอนามัยควรจัดเป็นสินค้าปลอดภาษี เป็นของใช้จำเป็นต้องออกนโยบายให้เป็นรัฐสวัสดิการและสนับสนุนให้มีการผลิตของใช้ที่เป็นตัวเลือกอื่น ๆ แทนผ้าอนามัยสำเร็จรูป 3. เพื่อเปิดประเด็นความรู้และข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับเพศศึกษาและอนามัยเจริญพันธ์ุกับกลุ่มเด็กและผู้หญิงชายขอบ รวมทั้งสมาชิกในสังคมที่สนใจเรื่องนี้ให้แพร่หลายมากขึ้น. กลุ่มเป้าหมายของโครงการ เด็กและผู้หญิงชายขอบ เป็นประชากรกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจในช่วงวิกฤติโควิด-19 เมื่อประชากรกลุ่มนี้ไม่มีรายได้หรือครอบครัวขาดแคลนรายได้ นอกจากเศรษฐกิจภายในครอบครัวที่ต้องดิ้นรนเรื่องของการหาอาหารการกินมาประทังชีวิตแล้ว ของใช้อย่างผ้าอนามัยที่ต้องใช้กับคู่กับประจำเดือนซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยพูดกันในสังคมแล้วยังเป็นสินค้าที่มีราคาแพง เมื่อเทียบกับค่าแรงที่หายไป ทั้ง ที่เป็นของใช้ที่จำเป็นมาก. จำนวนผู้เข้าร่วมที่คาดหวัง 300 คน.สถานที่จัดกิจกรรม 1. พื้นที่แพลทฟอร์มออนไลน์ เฟสบุ๊กเพจ hinghoynoyclub , www.hinghoynoy.com และ Instagram: hinghoynoy 2. พื้นที่บริเวณรอบ ๆ ถนนราชดำเนิน และชุมชนคลองเตย. รูปแบบกิจกรรมที่เสนอ 1. จัดทำข้อมูลชุดความรู้เกี่ยวกับผ้าอนามัยและประจำเดือนเผยแพร่บนแพลทฟอร์มออนไลน์ของหิ่งห้อยน้อยและลงพื้นที่จริง เช่น คลองหลอด สนามหลวง ชุมชนคลองเตย 2. การระดมเงินบริจาคเพื่อจัดซื้อผ้าอนามัยสำเร็จรูปและจัดทำชุดผ้าอนามัยซักได้เพื่อมอบให้กลุ่มเป้าหมายอย่างน้อย 300 คนขึ้นไปบนแพลทฟอร์ม www.hinghoynoy.com 3. เปิดรับอาสาสมัครเพื่อนำผ้าอนามัยไปมอบให้กับกลุ่มเป้าหมายเด็กและผู้หญิง 4. การเก็บข้อมูลประสบการณ์เกี่ยวกับผ้าอนามัย ราคาผ้าอนามัยและประจำเดือนในช่วงวิกฤติโควิด-19จากกลุ่มเป้าหมาย.ขณะนี้หิ่งห้อยน้อยได้รับเงินสนับสนุนจากองค์กร Amnesty International Thailand เพื่อสนับสนุนงบประมาณในการทำงานของคณะทำงานหิ่งห้อยน้อยและอาสาสมัครเพื่อทำแคมเปญรณรงค์จำนวน 10,000 บาท โดยมีระยะทำงานตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 31 พฤษภาคม 2563

HINGHOY NOY AVATAR

HINGHOY NOY AVATAR รูป Avatar สำหรับน้องๆเพื่อใช้ในเว็ปไซต์ Hinghoy Noy หรือตามที่ชอบเลยค่ะ 🙂

อยู่บ้านอย่างไรให้สุขภาพดี

อยู่บ้านอย่างไรให้สุขภาพดี 🤔🏠🙍🏻‍♀️🙍🏻‍♂️ ช่วงโควิดระบาดแบบนี้อยู่บ้านเฉย ๆ อย่างเดียวไม่ได้ซะละ พุงเริ่มยื่น กางเกงเริ่มแน่น จิตใจก็เริ่มหดหู่ เรามาลองดูกันสิว่า วิธีอะไรบ้าง ที่เราจะช่วยรักษาสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแรงและสดชื่นได้บ้าง . 🚶🏻‍♀️🚶🏻‍♂️ออกเดิน แม้ว่าบางคนจะอยู่ในพื้นที่จำกัด แต่เราก็ลุกขึ้นมาเดินไปมา หรือเดินจากจุดหนึ่งไปอีกจุดในห้องได้นะ อย่างตอนที่มีใครสักคนโทรศัพท์มา แทนที่เราจะนั่งเฉย ๆ ก็ให้ลองลุกแล้วเดินไปรอบ ๆ บ้านแทน ตอนที่เดินเนี่ยะ อย่าลืมว่า เรายังคงอยู่ในช่วงรักษาระยะห่างกับคนอื่น ๆ ในครอบครัวด้วยล่ะ ท่องไว้ ๆ อย่างน้อย ช่วงนี้ เราห่างกันอย่างน้อย 1 เมตรจ้ะ . 🕴🏻🧘🏻‍♀️🧘🏻‍♂️ลุกขึ้นยืน เพื่อลดการอยู่กับที่นิ่ง ๆ เป้าหมายของเราก็คือ อย่างน้อยทุก ๆ 30 นาที แทนที่เราจะนั่งแช่ หรือนอนอืด เราจะต้องลุกขึ้นบ้าง หาอะไรใกล้ตัวมารองตัวให้สูงขึ้น แล้วยืดเหยียดในขณะที่ลุกขึ้นยืน หรือในขณะที่ยืน อาจจะลองใช้วิธีเล่นเกมประเภทบอร์ดเกม หรือเกมลับสมองก็ได้นะ ผ่อนคลาย ฝึกการทำสมาธิ อย่างหายใจเข้าออก ลึก ๆ จะช่วยทำให้เราสงบนิ่งมากขึ้น เทคนิคการผ่อนคลายมีอยู่หลายอย่างด้วยกัน เช่น การทำโยคะท่าต่าง ๆ การทำแพลงก์ การออกกำลังอย่างทำท่าสะพานโค้ง การยกขายกขึ้นกลางอากาศอะไรประมาณนี้ก็เยี่ยมเลยจ้ะ . 💧🍲🥗การทำให้ตัวเราเองมีสุขภาพที่ดีเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ ต้องจำไว้ด้วยนะว่าการรับประทานอาหาร และการดื่มน้ำสะอาดเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกายก็สำคัญด้วยไม่แพ้กัน อย่างใครที่ชอบดื่มน้ำหวาน น้ำอัดลมก็จะหลีกเลี่ยงอย่างเคร่งครัด ลองหันมารับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น ยิ่งลดเกลือ ลดน้ำตาล และรับประทานธัญพืชเพิ่มขึ้นก็จะดีกับสุขภาพมาก ๆ เลยล่ะ . #DesignHeroChallenge, #pings, #DesignChallenge, #CommChallenge, #PM2.5, #COVID19 #hinghoynoy #หิ่งห้อยน้อยเฝ้าระวัง ผลงานอินโฟกราฟฟิกโดย สุธี จะทอหิ่งห้อยน้อย (Hinghoynoy) เคารพในสิทธิของเด็กทุก ๆ คน บนโลกออนไลน์ เด็กจึงต้องมีสิทธิ มีเสียง มีตัวตน ได้รับการดูแ…

คำศัพท์น่ารู้ในช่วงโควิด-19 ระบาด

คำศัพท์น่ารู้ในช่วงโควิด-19 ระบาด น้อง ๆ ทางบ้านเป็นยังไงกันบ้างแอดมินส่งเสียงมาจากห้องพักแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯตอนนี้ คิดว่าน้อง ๆ หลายคนอาจจะอยู่ในบ้านกำลังติดตามข่าวและเตรียมรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่ากันอยู่.เช้านี้ แอดมินเลยลองรวบรวมคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่น่าสนใจมาให้ เผื่อว่าน้อง ๆ บางคนจะได้ใช้เวลาช่วงที่อยู่ที่บ้านลองฝึกอ่านข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้โควิด-19 กันค่ะ.ยังไงก็ตามสถานการณ์ภายในประเทศยังคงน่าจับตาและน่าเป็นห่วงอยู่มากสิ่งที่เราทำได้ตอนนี้ก็คือ การดูแลตัวเองให้แข็งแรงและไม่สร้างความเสี่ยงในการรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายนะคะ.ทุกคนอาจจะอึดอัด ไม่สบายใจ เป็นกังวลกันถ้าใครเบื่อ ๆ มาก แนะนำว่าให้ออกไปเดินเล่นนอกบ้านหรือหากิจกรรมสนุก ๆ อย่างดูหนัง ฟังเพลง เล่นกับน้องหมา น้องแมว แชทคุยกับเพื่อนบ้างนะ.ส่วนใครที่มีเรื่องกังวลใจ แอดมินก็ยังออนไลน์ และยินดีที่จะรับฟังน้อง ๆ อยู่ตลอดนะคะ.#หิ่งห้อยน้อยเฝ้าระวัง#COVID19#มีแสงเยอะเยอะพวกเราไม่กลัว

การเว้นระยะห่างทางสังคม

ก า ร เ ว้ น ร ะ ย ะ ห่ า ง ท า ง สั ง ค ม คำศัพท์ฮิต ๆ อย่าง Social Distancingหรือ ก า ร เ ว้ น ร ะ ย ะ ห่ า ง ท า ง สั ง ค ม นั้นอย่างน้อยที่สุด เราต้องอยู่ห่างกันระยะเท่าไหร่จึงจะปลอดภัยจากการติดต่อของไวรัส ?. เฉลย : ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ก า ร เ ว้ น ร ะ ย ะ ห่างระหว่างตัวเรากับคนที่มีอาการไอหรือจามนั้นควรรักษาความห่างอยู่ที่อย่างน้อย 1 เมตรค่ะ.เพราะว่าไวรัสนั้นสามารถติดต่อได้ผ่านละอองขนาดเล็กที่มาจากการไอหรือจามได้ ซึ่งถ้าหากอยู่ใกล้ชิดกันเกินไปเราก็อาจจะสูดเอาไวรัสเข้าร่างกายไปจ้า.ช่วงนี้ไปไหน มาไหน พยายามหลีกเลี่ยงคนเยอะ ๆ และสถานที่ที่มีผู้คนแออัดหน่อยนะคะ.มากกว่า 1 เมตร ก็ปลอดภัยยิ่งขึ้นค่ะ#หิ่งห้อยน้อยเฝ้าระวัง#socialdistancing#การเว้นระยะห่างทางสังคม

กว่าจะเป็น “หิ่งห้อยน้อย”

กว่าจะเป็น “หิ่งห้อยน้อย” ประมาณปลายฤดูร้อน (กลางเดือนพฤษภาคม ปี 2018) ในขณะที่เรากำลังยืนมองแสงอาทิตย์ที่กำลังหายไปริมทะเลสาบเวลายานี ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงในเมืองธิรุวนันทพุรามหรือทรีเวนดรัม รัฐเคราล่า ประเทศอินเดีย . ความฝันของเราก็ค่อย ๆ เผยตัวตนของมันออกมาท่ามกลางความมืด . เราไม่เคยเห็น “หิ่งห้อย” ตามธรรมชาติ นับร้อยนับพันที่อยู่ใกล้ ๆ ตัวขนาดนั้นมาก่อน . และแล้วกวีของท่านรพินทรนารถ ฐากูร ก็ค่อย ๆ หวนกลับมาปรากฏในใจ . “The fireflies, twinkling among leaves, make the stars wonder. ” . เราจำบทกวีนี้ได้ขึ้นใจ เพราะเมื่อเราอายุได้ 12 ปี ตอนที่เราเสียพ่อไปอย่างกะทันหัน…เราเป็นเด็กที่หยุดเล่น แต่กลับมาหมกหมุ่นกับตัวเอง ด้วยการอ่านหนังสือมากมาย …มากเท่าที่เด็กคนหนึ่งจะอ่านหนังสือให้ตัวเองมีความรู้สึกดีขึ้นได้ เพราะอยากจะหลุดพ้นจากความเสียใจ . แสงของ”หิ่งห้อย” ที่กะพริบวิบวับ เชื่อมโยงกับเรื่องราวขีวิตของเรา ลึกมากกว่าที่เราจะเข้าใจมันชัด ๆ . แม้แต่แสงสว่างดวงเล็ก ๆ ของมันจะน้อย แต่หิ่งห้อยกลับทำให้เราไม่กลัว แม้ว่าจะยืนอยู่ลำพังท่ามกลางความมืด . และนั่นทำให้เรา คิดที่จะใช้แมลงปีกแข็งชนิดนี้มาเป็นตัวแทนของเพื่อนของเด็ก ๆ ที่อยู่ในความมืดของความทุกข์ ความสับสน เพราะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลบางอย่างที่ผู้ใหญ่และสังคมไม่อนุญาตหรือไม่กล้าให้พวกเขารับรู้ หรือเปิดโอกาสให้พยายามทำความเข้าใจ . เราใส่คำว่า “น้อย” ไปหลังหิ่งห้อย เพื่อเน้นย้ำว่า กลุ่มเป้าหมายที่เราทำงานนั้นเป็นเด็ก ๆ และเพื่อยืนยันด้วยว่า แม้พวกเขาจะเป็นเด็ก แต่พวกเขาก็จะต้องมีทางเจริญเติบโตและเปล่งแสงสว่างพวกนั้นได้ด้วยตัวเอง . สอดคล้องกับธรรมชาติของชีวิตจริงของหิ่งห้อย ที่มันจะต้องเติบโตขึ้นได้ เมื่ออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สะอาดและสมบูรณ์มากพอ . นอกจากนั้นแสงกะพริบของหิ่งห้อย เป็นรหัสภาษาบางอย่างที่สื่อสารระหว่างกันและกัน . เมื่อเด็ก ๆ อยู่ในความมืด เราจะทำอย่างไรให้พวกเขาได้สื่อสาร . เราแทนให้ แสง มีความหมายเป็น สื่อ มีเดีย งานศิลปะ และแทนให้จังหวะการกะพริบแสง คือ ภาษา . Growing and glowing เติบโตและเปล่งแสงสว่าง จึงเป็นแท็กไลน์ที่เราคิดขึ้นเพื่อประกอบกับชื่อองค์กรที่เกิดจากเรื่องราวความฝันและความจริงของชีวิตทั้งหมดของเรา “หิ่งห้อยน้อย” . ในส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานสื่อสาร เราจะต้องสร้างภาพของ “หิ่งห้อยน้อย” ให้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อทำให้คนที่รู้จักงานของเรา เข้าใจว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ . เราจึงวาดภาพหิ่งห้อยน้อย ที่มีปีกเป็นหนังสือ และมีก้นซึ่งเป็นหลอดไฟ ขึ้นมา . เราออกแบบให้คาแรกเตอร์ของมัน เป็นทั้งจินตนาการและความจริง เพราะเราอยากให้เด็กได้มีพื้นที่ปลดปล่อยและทำความเข้าใจกับโลกทั้งสองด้านไปพร้อม ๆ กัน (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มันจำเป็นมากเมื่อเด็ก ๆ กำลังมีความทุกข์) . คืนแล้วคืนเล่า ที่เราเดินกลับไปนั่งดูแสงของหิ่งห้อย นับร้อยนับพันริมทะเลสาบเวลายานีและกลับมาคิด . เราร่างภาพของ “หิ่งห้อยน้อย” เป็นสิบเป็นร้อยภาพ และสื่อสารกับเพื่อน ๆ ที่เป็นศิลปิน เพื่อทำให้ หิ่งห้อยน้อยของพวกเขาเองได้ปรากฏตัวขึ้น . จนถึงวันนี้ เราไม่คิดว่า รูปร่าง หน้าตาของหิ่งห้อยน้อยมันจะต้องเป็นแบบที่เราคิดฝัน เราตั้งใจให้มันมีรูปร่าง หน้าตาอย่างไรก็ได้ . เราเคารพในความคิด ความฝันที่แตกต่างของคนทุกคน ดังนั้น”หิ่งห้อยน้อย” ของแต่ละคน จึงไม่เคยเหมือนกันเลย . ขอบคุณเพื่อนศิลปินทุกท่าน ที่เป็นส่วนหนึ่งของการมีอยู่ของความฝันของเรา . ส่วนหนึ่งจากบันทึกของรวงทัพพ์ แก้วแกมจันทร์ผู้ก่อตั้งหิ่งห้อยน้อย

สังคมไทยไม่คุ้นกับคำว่า “ทาบู” แต่ก็อยู่กับเรื่องที่พูดไม่ได้

หิ่งห้อยน้อย ทาบูและระบบเซนเซอร์ออนไลน์ (Hinghoy Noy , Taboo and Online censorship) ก่อนที่เราจะเข้าไปสู่สาระของเรื่องที่จะพูดคุยเป็นครั้งแรกบนบล็อกแห่งนี้ ก่อนอื่นผู้เขียนต้องขออนุญาตทุกคนแนะนำองค์กรหิ่งห้อยน้อย (HingHoy Noy) ให้ทุก ๆ คนได้รู้จักกันก่อน เนื่องจากองค์กรของเรายังเป็นน้องใหม่และยังไม่ค่อยมีใครรู้จักงานที่เราทำกับเด็ก ๆ มากนักในช่วงปีแรก 🙂 “หิ่งห้อยน้อย” เป็นองค์กรที่ผลิตสื่อดิจิทัลมีเดียและสร้างพื้นที่ออนไลน์ที่ปลอดภัยในประเด็นทาบูและข้อมูลที่อ่อนไหวซึ่งเด็กและเยาวชนไม่สามารถพูด คิด หรือแสดงความคิดเห็นในสังคมได้อย่างเปิดเผย เช่น เพศศึกษา ความรุนแรงภายในครอบครัว การกลั่นแกล้งรังแกในโรงเรียนและโลกไซเบอร์ การล่วงละเมิดทางเพศ การทำแท้งปลอดภัย ความหลากหลายทางเพศ โรคบางชนิดและความพิการ เป็นต้น ผู้เขียนซึ่งเคยทำงานเป็นนักพัฒนาหนังสือสำหรับเด็กในมูลนิธิแห่งหนึ่ง ได้มีโอกาสทำงานและรับฟังความลับต่าง ๆ ของเด็กมาหลายปี พบว่า มีเด็ก ๆ จำนวนมาก ที่ได้รับผลกระทบต่อสุขภาพจิตใจและร่างกาย เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงและแสดงออกถึงข้อมูลบางอย่างที่ถูกสังคมปิดกั้นได้ ผู้เขียนจึงใช้ชื่อ “หิ่งห้อยน้อย” เป็นชื่อขององค์กร เพื่ออยากจะเป็นเพื่อนของเด็ก ๆ ที่กำลังตกอยู่ในความมืดของการไม่เข้าถึงเรื่องเหล่านั้น เราอยากให้พวกเขารู้สึกว่ายังมีเพื่อนสักคนคอยรับฟังใกล้ ๆ พร้อมกับสนับสนุนให้กล้าลุกมาพูดและเข้าถึงข้อมูลซึ่งเป็นความลับดำมืดที่พวกเขาทำความเข้าใจ (ดูที่มาการก่อตั้งหิ่งห้อยน้อยเพิ่มเติมได้ที่ลิ้งค์ https://www.youtube.com/watch?v=PRmpOUtStp0&t=378s ) โดย ผู้เขียนจะขอเรียกประเด็นเหล่านี้เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า “ทาบู” หรือ Taboo ซึ่งในภาษาไทยแปลว่า เรื่องต้องห้าม สังคมไทยไม่คุ้นกับคำว่า “ทาบู” แต่ก็อยู่กับเรื่องที่พูดไม่ได้ คำว่า “เรื่องต้องห้าม” ในสังคมไทยเองยังไม่ได้ถูกนำถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อตีความถึงความหมายให้แพร่หลายและชัดเจนนัก แต่ขณะเดียวกันกลับพบว่าในบริบทของเราก็มีเรื่องและข้อมูลอีกมากมาอย่างความเชื่อ ข้อปฏิบัติของสังคมที่รู้กันว่าถูกห้ามไม่ให้พูดหรือแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรีทั้งในพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ส่วนตัว ผู้เขียนพบว่าปัจจุบันในชุมชนออนไลน์ก็เริ่มคุ้นเคยกับประสบการณ์เกี่ยวกับทาบูบางอย่างมากขึ้นด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น การอธิบายคำศัพท์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับปรากฏการณ์ผ่านระบบเซนเซอร์ที่มีการห้าม การปกปิด และการไม่อนุญาตให้เข้าถึงหรือพูดถึงประเด็นอีกหลายประเด็น สังเกตได้จากคำศัพท์หลายคำที่เริ่มนำมาใช้และเป็นที่เข้าใจระหว่างผู้คนในชุมชนออนไลน์ด้วยกัน เช่น เพจปลิว โดนแบน ถูกบล็อค โดนรีพอร์ท เป็นต้น เมื่อระบบเซนเซอร์ออนไลน์ได้ออกมาจำกัดและลงโทษคนที่พูดถึงเนื้อหาดังกล่าวที่ระบบตั้งค่าว่าไม่ควรพูด คนในชุมชนออนไลน์ที่ได้เห็นตัวอย่างการจัดการของระบบจึงค่อย ๆ เรียนรู้ว่า แอคเคาท์ของตนเองอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีการตรวจสอบบางอย่าง ไม่สามารถเผยแพร่คำศัพท์หรือบทสนทนาบางอย่างที่ถูกตั้งค่าขึ้นว่า ไม่เหมาะสมที่จะกล่าวถึงหรือเผยแพร่ได้ พวกเขาจึงหลีกเลี่ยงบทสนทนาเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสี่ยงกับการที่ถูกปิดกั้น หรือระงับการใช้บัญชีซึ่งเปรียบเสมือนตัวตนของพวกเขา สิ่งนี้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติคล้ายกับการเซนเซอร์ตัวเองหรือ Self censorship เพราะมีการระงับความคิด ก่อนที่จะแสดงออกหรือตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับปรากฏการณ์ทาบูเหล่านั้น ยิ่งหากเราพิจารณาความหมายของคำว่า “ทาบู” หรือ Tapu ตามหลักมนุษยวิทยาที่พบหลักฐานเป็นครั้งแรกหรือเป็นที่มาของรากศัพท์นี้จากหมู่เกาะโพลินีเชียประกอบด้วย เราก็จะพบว่าความหมายของคำว่า ทาบู ดั้งเดิมที่แปลว่า การห้ามที่ถูกกำหนดขึ้นในวัฒนธรรมและสังคมในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง มีอำนาจควบคุมความคิดของคนให้รู้สึกกลัว ไม่กล้าคิด ไม่กล้าทำ ไม่กล้าแสดงออกนั้น มีความใกล้เคียงกับบริบทการใช้คำว่าทาบู หรือ Taboo ของยุคปัจจุบันเช่นกัน ทาบูจึงเป็นคำศัพท์จัดเป็นคำที่ไม่ได้มีความชัดเจนและยังคงมีคลุมเครืออยู่ในตัวมันเอง ผู้เขียนคิดว่าเพราะทาบูจึงเป็นสิ่งไม่มีใครกล้าพูดพูด ไม่ให้คิด ไม่ให้ทำ ยิ่งไปกว่านั้นผู้ฝ่าฝืนและพูดถึงทาบูจะต้องได้รับการลงโทษซ้ำไปอีก มันจึงทำให้ความหมายของทาบูยังกว้างและไม่ชัดเจน เราจึงต้องนิยามให้คำ ๆ นี้ให้ยืดหยุ่นเช่นเดียวกัน ทาบูในความหมายของเราจึงกว้างมาก เพราะมันคือบทสนทนาที่มืดดำ เป็นเรื่องที่คนไม่กล้าแตะต้อง และเมื่อใดก็ตามที่มีคนพูดถึงประเด็นทาบูเหล่านั้นขึ้นมา พวกเขาจะต้องถูกลงโทษและถูกตัดสิน ทั้งในแง่ของจารีตประเพณีและกฎระเบียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทาบูของเด็ก ๆ ที่อยากรู้เมื่อไหร่ก็ถูกห้าม ถูกทำโทษ อย่าชิงสุกก่อนห่าม เด็กยังไม่ถึงวัยที่ควรรู้ : ทาบู และระบบเซนเซอร์ของเด็ก ๆ ในสังคมไทย ยังมีเรื่องอีกหลายอย่างที่ผู้ใหญ่ ไม่ได้พูดกับเด็กอย่างเปิดเผย อย่างเช่น เรื่องเพศ การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย การป้องการถูกล่วงละเมิดทางเพศ เป็นต้น แม้ว่าเราจะมีหลักสูตรวิชาบางวิชาที่เปิดประสบการณ์เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อยู่บ้างที่โรงเรียน แต่ก็ใช่ว่าข้อมูลนั้นจะชัดเจนและตรงไปตรงมา ดังนั้นการตระหนักถึงการทำความเข้าใจของประเด็นทาบูและเรื่องที่อ่อนไหวจากครอบครัวและสถานศึกษาเอง ก็ยังไม่เปิดรับและเปิดกว้างมากพอที่จะช่วยให้เด็ก ๆ ได้เข้าถึงหรือแสดงออกในเรื่องและสิทธิบางประการที่พวกเขาสงสัยและอยากรู้อีกเป็นจำนวนมากได้ ประกอบกับโครงสร้างของสังคมไทยที่เด็กยังคงถูกทำให้มีเสียงเล็กกว่าผู้ใหญ่ ตราบใดเด็กถูกมองว่ามีอำนาจน้อยกว่าผู้ใหญ่และต้องถูกควบคุมภายใต้กรอบระเบียบที่ผู้ใหญ่เป็นคนสร้าง ดังนั้นถ้าเราลองเปรียบทาบูของด็ก ให้เข้าใจง่าย และอยู่ในบริบทการทำงานของหิ่งห้อยน้อยแล้ว “ทาบู” จึงถูกตีความให้หมายความถึงประเด็นหลาย ๆ อย่าง ที่เด็กและเยาวชน ถูกผู้ใหญ่หรือสังคมจำกัดการเข้าถึงและปกปิดไม่ให้ทำความเข้าใจ เหมือนกับระบบเซนเซอร์ หรือ Censorship ที่เราตั้งขึ้นมาให้กับเด็กโดยเฉพาะนั่นเอง ทำไมเรื่องที่เด็กอยากรู้ ถึงถูกผู้ใหญ่ปิดกั้นไม่ให้รู้? เมื่อทาบูและระบบเซนเซอร์ คือระบบการปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลบางอย่าง บวกกับการทำงานบนพื้นที่ออนไลน์และใช้สื่อดิจิทัลมีเดียของหิ่งห้อยน้อย มีหลายครั้งที่สื่อสำหรับเด็กของเรา ถูกระบบการรักษาความปลอดภัยจากแพลทฟอร์มที่เลือกใช้ทำงาน แบนและบล็อค ไม่ให้ข้อมูลเหล่านั้นส่งไปยังเด็ก ทั้งที่สังคมเองก็เห็นความต้องการกลุ่มเป้าหมายว่า เด็กเองก็มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าถึงข้อมูล ยกตัวอย่างเช่น เรื่องเพศศึกษา อนามัยเจริญพันธุ์ การถูกล่วงละเมิดทางเพศ แต่กลับพบว่าการนำเสนอข้อมูลดังกล่าวบนเพจ Hinghoy Noy ไปยังเด็กไม่สามารถประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลได้ (ในบางกรณีเป็นภาพประกอบ) และเมื่อเราสอบถามไปยังผู้ให้บริการแพลทฟอร์ม เราก็ไม่ได้รับคำตอบเพื่ออธิบายเหตุผลต่อการระงับการเผยแพร่ข้อมูลเหล่านั้นอย่างตรงไปตรงมาแต่อย่างใด ผู้เขียนจึงเกิดความสงสัยว่า แล้วใครกันที่เป็นคนกำหนดสิทธิของการเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้กับเด็ก ใครกันที่มีอำนาจมากที่สุดในการปิดกั้น และเขาเหล่านั้นมีเหตุผลอะไรบ้างที่ใช้อำนาจที่มีมาบล็อค แบน ปิดกั้น เซนเซอร์สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริง โดยไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญในการใช้ชีวิตของพวกเขา ดังนั้นเด็ก ๆ จึงถูกห้ามเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่อ่อนไหวทั้งออฟไลน์และออนไลน์ !!! หิ่งห้อยน้อยจึงพยายามอย่างยิ่ง ที่จะทำให้ข้อมูลที่จำเป็นดังกล่าวส่งไปถึงเด็ก ๆ โดยไม่ถูกระบบเซนเซอร์ในพื้นที่ออนไลน์ปิดกั้นต่อการเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้น เพราะข้อมูลดังกล่าวส่งผลต่อคุณภาพและความปลอดภัยในชีวิตของพวกเขา และถ้าเราต่างเชื่อว่า ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน เด็กเองก็ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลและแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์กับพวกเขาได้อย่างเสรีบนพื้นที่ออนไลน์เทียบเท่ากับผู้ใหญ่ เด็กควรจะรู้เหตุผลที่พวกเข้าถูกห้ามด้วยเช่นกัน ระหว่างวันที่ 20-26 ตุลาคมที่ผ่านมา หิ่งห้อยน้อยซึ่งได้รับการสนับสนุน โดยองค์กร Internews ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในค่าย Coconet: South East Asia digital right camp ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งในโอกาสนี้ ผู้เขียนได้รับประสบการณ์การเรียนรู้และได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนบทสนทนาหลาย ๆ อย่าง ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการทำงานซึ่งเชื่อมโยงทาบูและระบบเซนเซอร์โดยตรง ผ่านการระดมความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับกฎหมายดิจิทัลจากนักกิจกรรม นักเคลื่อนไหว ผู้เชี่ยวชาญทางด้านไอที นักข่าว ศิลปิน ผู้สร้างภาพยนต์ ที่มาจากหลากหลายประเทศ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก   หลังจากที่ได้เข้าร่วมวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผู้เขียนก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อน ๆ ที่ช่วยอัพเดทสถานการณ์การทำงานว่า ขณะนี้ในพื้นที่ออนไลน์หลายแพลทฟอร์ม มีเรื่องที่เป็นทาบูมากมายที่ไม่สามารถพูดและแสดงความคิดเห็นโดยเสรี ยกตัวอย่างเช่น เรื่องเพศศึกษา อัตลักษณ์ทางเพศ การทำแท้งปลอดภัย สิทธิของผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ การเมืองและสิ่งแวดล้อม โดยเพื่อน ๆ บางคนที่เข้าร่วมได้แบ่งปันประสบการณ์จริงเป็นผลกระทบจากการเผยแพร่ข้อมูลบนพื้นที่ออนไลน์ไปยังกลุ่มเป้าหมายให้ผู้เขียนฟังและเพื่อความเคารพในการรักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของเพื่อน ๆ ทุกคน ผู้เขียนจึงขออนุญาตปกปิดข้อมูลภาพ ชื่อ และองค์กรของผู้ให้ข้อมูล ทาบูเพราะความเชื่อของศาสนา A เล่าประสบการณ์การทำงานให้ฟังว่า เขาเป็นมุสลิม ซึ่งเป็นไบเซ็กชวล ทำงานด้านการทำแท้งปลอดภัย เจนเดอร์ และเพศศึกษาให้วัยรุ่นในมาเลเซีย เขาประสบปัญหาหลาย ๆ อย่างในการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อดิจิทัล แม้ว่าองค์กรของเขายังไม่ถูก กฏหมายเล่นงาน แต่ในชีวิตจริงหลายครั้งที่ A ถูกประณามโดยคนในชุมชนออนไลน์ ถูกลอบทำลายรถยนต์ ต้องย้ายที่อยู่เร่งด่วน เพราะถูกข่มขู่ทำร้ายร่างกาย เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่เห็นด้วยกับงานที่เขากำลังทำอยู่ A เพราะมองว่าเป็นเรื่องผิดบาป A ประสบปัญหาในการขอทุนทำงาน บวกกับประเทศมาเลเซีย ยังมีกฏหมายและจารีตประเพณีอีกจำนวนมากที่ยังไม่เปิดรับข้อมูลในงานที่ A กำลังทำอยู่ A เล่าต่อว่า บางครั้งที่เขาต้องรับเคสเด็กผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 12 ปี เขารู้สึกเป็นห่วงและกดดันที่ต้องมารับรู้ว่า เด็กผู้หญิงมุสลิมในมาเลเซียถูกนำมาแต่งงานตั้งแต่เด็กและตั้งท้องเพราะในสังคมมุสลิมที่มาเลเซีย ยังมีการอนุญาตให้ผู้ชายแต่งงานกับเด็กได้ ทุกวันนี้ A ทำนิตยสารใต้ดินที่เรียกว่า Zine ที่เป็นชื่อย่อจาก Magazine ซึ่งเป็นกระดาษแผ่นพับขนาดเล็ก ๆ อย่างเรียบง่าย เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเรื่องนี้กับกลุ่มเป้าหมายโดยปราศจากการควบคุมของรัฐ ภาพศิลปะที่ถูกตัดทอน บิดเบือน I เป็นศิลปินหญิงรุ่นใหม่ของอินโดนีเซีย งานศิลปะของเธอแพร่หลายมากในสื่อโซเชียลออนไลน์อย่างทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม โดยเฉพาะภาพวาดพอเทรทของเหล่านักต่อสู้นักกิจกรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลงการเมืองและการปลดปล่อยดินแดนต่าง ๆ ให้เป็นอิสระในประเทศ เธอเล่าว่า แม้ภาพของเธอซึ่งไม่ได้มีข้อมูลเช่นเดียวกันกับข่าวหรือรายงาน แต่ผลงานของเธอก็ถูกคนที่ไม่เห็นด้วยบนโลกออนไลน์ที่ไม่ระบุชื่อ ถูกขโมยลิขสิทธื์โดยการบิดเบือนและดัดแปลง จนทำให้คนที่ติดตามผลงาน ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ภาพศิลปะชิ้นไหนเป็นของเธอกันแน่ ปัจจุบันในชีวิตจริงของ I ถูกคุกคามและติดตามจากคนนิรนามจำนวนหนึ่งที่พยายามข่มขู่เธอ ข้อตกลงก่อนเราจะมีอะไรกัน ไม่ใช่เรื่องทะลึ่งลามก E คือเควียร์ซึ่งจากมาเลเซีย พวกเขาทำงานด้านสื่อดิจิทัล และสนใจที่จะเปิดบทสนทนาที่เกี่ยวกับเรื่องเพศ และรสนิยมทางเพศกับผู้คนบนพื้นที่ออนไลน์ E คิดว่าภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อว่า “หนังโป๊” นั้น ถูกผลิตขึ้นมาในสังคมชายเป็นใหญ่ และไม่ได้สร้างทางเลือกให้ผู้หญิง รวมทั้งกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศมากนัก การเผยแพร่ความตระหนักในการทำเรื่องนี้เป็นไปได้ยากมาก เพราะว่าหนังโป๊ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผิดกฎหมายในประเทศมาเลเซีย และแทบทุกประเทศทั่วโลกไม่ยอมรับ E บอกว่า พวกเขาไม่ได้ต้องการเรียกร้องสิ่งนี้เพื่อทำเรื่องลามกอนาจาร แต่เพราะเพื่อที่จะสร้างความตระหนักให้กับผู้คน เกี่ยวกับ consent หรือการยินยอมพร้อมใจระหว่างกันและกันเมื่อมีเพศสัมพันธ์โดยปราศจากการบังคับ ข่มเหงกัน ทาบู คือเสียงที่เปล่งออกไปไม่ได้ ถูกอำนาจที่มากกว่าข่มขู่ให้กลัว และทำให้ไม่มีใครรู้ว่ามันมีอยู่!   เรื่องราวจากเพื่อน ๆ ในค่าย แม้ว่าอาจจะมีบางเรื่องไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นของเด็กและเยาวชนโดยตรงทุกเรื่อง แต่ผู้เขียนเองก็คิดว่า งานหลายอย่างที่พวกเรากำลังพูดถึงอยู่นั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้คนแต่กลับกำลังถูกอำนาจบางอย่างของคนที่อยู่ในระดับที่สูงกว่าปิดกั้น ดังนั้นไม่ว่าเราจะทำงานอยู่ในสังคมใดและบริบทใดก็ตามทั้งออฟไลน์และออนไลน์ คนในชุมชนพื้นที่นั้น ๆ ก็ยังมีทาบูและระบบเซนเซอร์ซึ่งควบคุมให้เราไม่ให้พูด ไม่ให้คิด ไม่ให้ทำ ไม่ให้แสดงออกอยู่ดี   การปิดกั้นผ่านระบบเซนเซอร์ออนไลน์ที่ตั้งค่าโดยตรงจากผู้มีอำนาจซึ่งผลิตและออกแบบสื่อเทคโนโลยีโดยผู้มีอำนาจ จึงกลายเป็นเครื่องมือใหม่ที่ปรากฏเป็นนโยบาย-กฎหมาย-กฎหมู่ เพื่อควบคุมไม่ให้คนที่มีอำนาจน้อยกว่าในพื้นที่นั้นส่งเสียง และหากมีใครฝ่าฝืน ต่อต้าน คนเหล่านั้นก็จะถูกทำโทษ ตั้งแต่การลดทอน การบิดเบือน การปิดกั้นไปจนถึงขั้นข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย และใช้กฎหมายจองจำ   ทาบูกับระบบเซนเซอร์จึงเกี่ยวข้องกัน เพราะมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้คนในสังคมนั้น ๆ ไม่รับรู้ ไม่เห็น ไม่เข้าใจ เหมือนถูกบังคับให้ต้องปิดหู ปิดตา ปิดจมูก ปิดปาก และทำให้กลัวเพื่อจะทำให้ฝ่ายที่มีอำนาจมากที่สุด ไม่ถูกสั่นคลอนด้วยการสูญเสียอำนาจที่มีอยู่ กฎหมายดิจิทัล เปิดเสรีภาพของพลเมืองในพื้นที่ออนไลน์   ปัจจุบันโลกไซเบอร์ที่เปิดกว้าง ผู้คนมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลและออกมาแสดงออกได้ง่ายขึ้น เรียกได้พวกเรารับรู้ข่าวสารได้สะดวกสบายทุกที่ทุกเวลา คนที่มีความสนใจคล้าย ๆ กันจึงรวมตัวก่อให้เกิดชุมชนมากมาย รวมถึงกลุ่มที่พูดถึงทาบูหลายประเด็นอย่างเรื่องเพศ ความหลากหลายทางเพศ การเมือง ศาสนา และเรื่องอ่อนไหวบางอย่างที่สังคมเคยไม่กล้านำมาพูดอย่างตรงไปตรงมาในพื้นที่สาธาธารณะ คนทุกชนชั้น ทุกเพศ ทุกวัย ทั้งที่อยู่ใกล้ ไกลจึงได้เชื่อมโยงเข้าถึงข้อมูลและเห็นโลกได้มากและหลากหลายแง่มากขึ้น   สำหรับระยะเวลาเพียงหนึ่งปีที่องค์กรหิ่งห้อยน้อยและผู้เขียนได้ทำงานเผยแพร่สื่อสำหรับเด็กดิจิทัลบนพื้นที่ออนไลน์ เราก็พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า แพลทฟอร์มออนไลน์ที่เราทำงานอยู่ มีเด็กและเยาวชนจำนวนมากเข้ามารับชมข้อมูล เข้ามาบอกเล่าเรื่องราวที่ไม่สบายใจ ซักถามข้อสงสัย และแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ โดยเฉพาะเรื่องทาบูและประเด็นอ่อนไหวที่พวกเขาไม่กล้าพูดกับผู้ใหญ่ในชีวิตปกติด้วย (จากการเก็บข้อมูลครั้งล่าสุด ระหว่าง 1 สิงหาคมถึง 27 ตุลาคม 2562 เฟสบุ๊คเพจ Hinghoy Moy มีผู้เข้าถึง 577,426 audiences, 55,979 engagements, 2,345 shared )   เราเข้าใจว่าทุกสังคม ทุกพื้นที่ ทั้งในออนไลน์และออฟไลน์จะต้องมีการดูแลความสงบสุขและความปลอดภัยของสมาชิกในชุมชนนั้น ๆ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ยังมีข้อจำกัดของวุฒิภาวะ และยังต้องได้รับการดูแลใส่ใจภายใต้การดูแลจากผู้ใหญ่เป็นพิเศษ เรายินดีที่จะปฏิบัติตามในเงื่อนไขของข้อตกลงและระเบียบข้อบังคับที่เป็นประโยชน์ เคารพความเป็นส่วนตัวและรักษาผลประโยชน์ของสมาชิกในชุมชน หากทว่าข้อมูลที่จะต้องจำกัดนั้นจะต้องไม่ใช่การถูกแบน ถูกบล็อค และถูกปิดกั้นจากระบบเซนเซอร์ออนไลน์ที่ปราศจากเหตุผล และเป็นการปิดกั้นเสรีภาพ   การถูกปิดกั้นด้วยผู้มีอำนาจตัดสินใจในระบบทางเดียวทำให้เด็กและเยาวชนจำนวนมากจะหมดโอกาสที่ได้เข้าถึงข้อมูลที่พวกเขาจำเป็น องค์กรหิ่งห้อยน้อยและผู้เขียนจึงขอสนับสนุนให้เด็กและเยาวชน ได้มีโอกาสเข้าถึงข้อมูลและแสดงออกอย่างเสรีบนโลกไซเบอร์ ตราบใดที่ทุกคนเป็นพลเมืองดิจิทัล พวกเราจะต้องมีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูล เข้าใจและมีส่วนร่วมในสร้างข้อตกลงและกฎหมายดิจิทัล รวมไปถึงการมีอำนาจ มีสิทธิ มีเสียง มีตัวตน ได้รับการดูแลและปกป้องเท่ากันกับผู้ใหญ่ เด็กจึงต้องได้รับเสรีภาพและได้เข้าถึงสิ่งที่เขาอยากรู้ตามพื้นฐานของสิทธิเด็กและสิทธิมนุษยชน   รวงทัพพ์ แก้วแกมจันทร์ ประสบการณ์จากค่าย Coconet: South East Asia digital right camp ปี 2019

ยิ่งถูกแกล้ง สมองอาจจะยิ่งหด‼️

ยิ่งถูกแกล้ง สมองอาจจะยิ่งหด‼️ 🇹🇭📈 ประเทศไทย ติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศที่มีการกลั่นแกล้งรังแกกันระหว่างเด็ก หรือ Bullying สูงสุดจากทั่วโลก .🥀เด็กที่ถูกแกล้งรังแก จะได้รับความเสี่ยงต่อสุขภาพกายและจิตมากกว่าที่เราคาดคิดไว้.💰💸ในสหรัฐอเมริกามีงานวิจัยชิ้นหนึ่งเปิดเผยว่าการกลั่นแกล้งรังแกที่เกิดขึ้นกับเด็กและเด็กวัยรุ่นมีผลกระทบร้ายแรงอย่างยิ่งต่อสุขภาพ และเนื่องจากความรุนแรงของสถานการณ์การกลั่นแกล้งที่นั่นทำให้ครอบครัวและสังคมต้องยอมทุ่มงบประมาณในการรักษาและการป้องกันที่มีมูลค่าสูงกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐต่อเด็ก 1 คนเลยทีเดียว..👩🏻‍⚕️👨🏿‍⚕️งานวิจัยใหม่ในวารสาร Molecular Psychiatry ชิ้นนี้ ชี้ให้เห็นว่าความเครียดและความกดดันจากการกลั่นแกล้งรังแกทำให้สมองของเด็กเกิดการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มโอกาสความเสี่ยงการเจ็บป่วยทางจิตในระดับที่สูงมาก..👩🏻‍💻👨🏻‍💻ในขณะที่ Erin Burke Quinlan จาก King’s College Londonและคณะวิจัยในประเทศอังกฤษก็ได้ทำการศึกษานี้เพิ่มเติมด้วยโดยพวกเขาวิเคราะห์แบบสอบถามและใช้วิธีสแกนสมองแบบลงละเอียดในเด็กวัย 14-19 ปีกว่า 600 คนจากประเทศต่าง ๆ ในยุโรป..🧑🏻🧒🏻👩🏻👱‍♂️โดยวิจัยระยาวครั้งนี้พบว่าผู้เข้าร่วมมากกว่า 30 คนที่เคยมีประสบการณ์การถูกกลั่นแกล้งรังแกอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลกับวัยรุ่นคนอื่น ๆ ที่ไม่เคยตกเป็นเหยื่อของการกลั่นแกล้งพบว่า..การกลั่นแกล้งรังแกอย่างรุนแรงนั้นเชื่อมโยงโดยตรงกับการลดลงของปริมาณสมองและระดับความวิตกกังวลที่สูงขึ้นเมื่อพวกเขาอายุประมาณ 19 ปี..เรารู้ว่า มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่เด็กคนนึงจะสตรองมากพอที่จะหยุดการกลั่นแกล้งรังแกจากเพื่อนกลุ่มใหญ่..🗣🗣🗣🗣🗣🗣สิ่งเดียวที่เราจะผ่านไปได้ก็คือ การเปล่งเสียงให้ดัง และบอกว่าเราไม่พอใจ ไม่ชอบ ขอความช่วยเหลือจากใครสักคนให้ไวที่สุด..#เลิกแกล้งเพื่อนเหอะ#แกล้งคนอื่นไม่เท่นะ#คนที่ถูกแกล้งเป็นทุกข์มาก#เปล่งเสียงออกไปว่าเราไม่ชอบไม่พอใจ#บอกเรื่องนี้กับใครสักคน#ถูกแกล้งแล้วสมองจะหดตัวลง

3 สิ่งที่เพื่อน ๆ ชอบทำสุด ๆ เมื่อท่องออนไลน์?

3 สิ่งที่เพื่อน ๆ ชอบทำสุด ๆ เมื่อท่องออนไลน์? . 💌🤳🏻💁🏻‍♀️💁🏻‍♂️👨🏻‍💻👩🏻‍💻 ดูวิดีโอ ฟังเพลง แชทกับเพื่อน อัพโหลดภาพ หาข้อมูลทำการบ้าน ทวีต แอบส่องคนที่แอบชอบ อ่านนิยายออนไลน์ สับตะไคร้ใต้คลิป ฯลฯ . . ทุกครั้งที่เพื่อน ๆ ท่องไปในโลกออนไลน์อันกว้างใหญ่ไพศาล เพื่อน ๆ ชอบทำอะไรกันบ้าง . . บอก 3 สิ่ง ที่เพื่อน ๆ ชอบทำสุด ๆ เมื่อท่องออนไลน์ให้เราฟังหน่อย . พวกเราทีมงานหิ่งห้อยน้อยกำลังจะพัฒนาคอนเทนต์สนุก ๆ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของแฟนเพจจ้า ใครมีคำแนะนำก็ส่งกันเข้ามาได้ เขียนยาว ๆ เท่าไหร่ พวกเรายินดีรับฟังเต็มที่ . . 💙💬✅ ปล.ใครท่องเว็บบางเว็บที่บอกกับใครไม่ได้ ไม่ต้องอาย แวะมาส่งข้อความส่วนตัวทักแอดมินมาได้โลด แอดมินไม่ตำหนิ ไม่โกรธ ไม่ตัดสินใครเลยนะจ๊ะ #บอกกับฉันดังดังว่า #อะไรที่เธอชอบ #ฉันจะจัดให้เธอ #ชุดใหญ่ไฟกระพริบ #วิบวับวิบวับ #หิ่งห้อยน้อย